FoodSERP ฮอตต่อเนื่อง ดึงเอกชนร่วมพัฒนา โพรไบโอติกไทย ป้อนตลาดสุขภาพรับเทรนด์โลก

Last updated: 4 พ.ค. 2569  |  64 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ดร.กอบกุบ  เหล่าเท้ง

ทุกวันนี้เทรนด์ดูแลสุขภาพกำลังมาแรง หลังพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเรื่องความเครียดที่สูงขึ้น  กินอาหารไฟเบอร์ต่ำ  เน้นฟาสต์ฟู๊ด ดื่มน้ำน้อย และบริโภคอาหารไม่หลากหลาย ส่งผลใฟ้ระบบขับถ่ายและสมดุลทางเดินอาหารเริ่มมีปัญหาโดยไม่รู้ตัว  จากจุดนี้เองทำให้โพรไบโอติก กลายเป็นสินค้าสุขภาพที่เติบโตต่อเนื่อง  ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพจากภายในมากขึ้นโดยเฉพาะการฟื้นฟูสมดุลลำไส้ ซึ่งมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแสสุขภาพ

FoodSERP คือแพลตฟอร์มบริการที่มีหน้าที่วิจัยและพัฒนา ผลิตอาหารและส่วนผสมฟังก์ชั่นภายใต้มาตราฐานสากล ของไบโอเทค สวทช. ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ เทรนด์สุขภาพยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มโพรไบโอติก และนวัตกรรมชีวภาพ ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมอาหารและเวชสำอาง

ในงาน ประชุมวิชาการ NAC2026 ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ดร.กอบกุล เหล่าเท้ง รักษาการรองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ถึงทิศทางงานวิจัยโพรไบโอติกของไทย ที่วันนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องแล็บ แต่กำลังก้าวสู่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน


ดร.กอบกุล เล่าให้ฟังว่า  เรามีคลังจุลินทรีย์ของประเทศ อย่าง TBRC (Thailand Bioresource Research Center) ที่เป็นเหมือนแหล่งสะสมเชื้อสำคัญเพื่อนำสายพันธุ์ที่มีความปลอดภัยมาศึกษาและพัฒนาให้มีคุณสมบัติเป็นโพรไบโอติกที่มีประสิทธิภาพ ถือเป็นจุดขายสำคัญ เนื่องจากมมีสายพันธุ์จำนวนมากและเป็นจุลินทรีย์สายพันธุ์ไทย มีจุดเด่นคือ มีความหลายหลายทางชีวภาพ ทำให้สามารถคัดเลือก  สายพันธุ์ที่เหมาะกับการใช้งานเฉพาะด้านได้มาก  โดยจะถูกเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสม ในอดีตเราจะเน้นสายพันธุ์ที่ให้ประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร    ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการอาหารและเวชสำอาง

อย่างไรก็ตามเมื่อเทรนด์ของผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่ความต้องการผลิตภัณฑ์ Next Generation ที่มีฟังก์ชันหลากหลายมากขึ้น งานวิจัยจึงถูกยกระดับให้ครอบคลุมคุณสมบัติด้านอื่นนอกเหนือจากสุขภาพลำไส้   โดยเราก็มีทีมวิจัยที่มีความเชี่ยชาญภายใต้การนำของ ดร.อติกร ปัญญา นักวิจัยอาวุโส ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยส่วนผสมฟังกัชันและนวัตกรรมอาหาร ไบโอเทค สวทช. มีบทบาทสำคัญในการคัดเลือกสายพันธุ์ที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ เช่น สายพันธุ์ที่สามารถผลิตสาร GABA ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรดอะมิโนและช่วยส่งเสริมการนอนหลับ รวมถึงการพัฒนาจุลินทรีย์ที่ช่วยยับยั้งเชื้อก่อโรคในระบบทางเดินอาหาร เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางบ่อย ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

รูปแบบการดำเนินงานวิจัยและพัฒนา FoodSERP ไม่ได้เป็นการศึกษาภายในของตัวเองฝ่ายเดียวแต่จะขับเคลื่อนตามความต้องการของตลาด ร่วมกับผู้ประกอบการเอกชน เพื่อพัฒนานวัตกรรมตามโจทย์ที่ผู้ประกอบการแต่ละราย และเพื่อเป็นการยืนยันงานวิจัยในระดับห้องปฏิบัติการและการทดสอบทางคลีนิคยังร่วมมือกับโรงพยาบาลและสถาบันการแพทย์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านองค์ความรู้


ด้านบริการ FoodSERP  ไม่ได้จำกัดเฉพาะสายพันธุ์ที่พัฒนาโดยนักวิจัยภายในเท่านั้น แต่ยังเปิดรับสายพันธุ์จากภาคเอกชนและนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดและให้บริการทดสอบทางคลินิกอย่างต่อเนื่อง

ท้ายที่สุด ศักยภาพในการผลิตถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญ ปัจจุบันมีการขยายกำลังการผลิตในระดับอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโพรไบโอติกที่ออกสู่ตลาดผ่านโรงงานต้นแบบชีวกระบวนการไบโอเทค สวทช. ซึ่งมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 50 CFU (Colony Forming Units)   สะท้อนถึงความพร้อมในการผลักดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง

จากความมุ่งมั่นสร้างการรับรู้ทำให้ FoodSERP สามารถสร้างความเชื่อมั่นด้านศักยภาพและการแข่งขันในตลาดจนมีโพรไบโอติกออกสู่ตลาดอย่างกว้างขวางมากขึ้นเช่น โปรตีนทางเลือก โพรไบโอติก สกินแคร์ และอาหารสัตว์ อีกหนึ่งจุดแข็งที่ถูกเน้นย้ำ คือศักยภาพของโรงงานต้นแบบ BIOTEC Bioprocessing Facility ซึ่งรองรับการผลิตโพรไบโอติกคุณภาพสูงตามมาตรฐานสากล ปัจจุบันมีสายพันธุ์ที่ถูกพัฒนาจนออกสู่ตลาดแล้วมากกว่า 15 สายพันธุ์ จากเดิมที่เคยให้บริการเพียง 3  สายพันธุ์ ปัจจุบันขยายขีดความสามารถผลิต 5 สายพันธุ์ ซึ่งมาจากแหล่งต่าง ๆ ที่เป็นสายพันธุ์ไทยสะท้อนงานวิจัยไทยที่สามารถแข่งขันในตลาดได้

ดร.กอบกุล ยังบอกอีกว่า นอกจากเรื่องการพัฒนา วิจัยสายพันธุ์ในการผลิตแล้ว เรายังให้บริการครบวงจรตั้งแต่การพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์การทอดสอบก่อนวางตลาด จนถึงการติดตามผลหลังวางจำหน่าย ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภค


ในมุมของความปลอดภัยและคุณภาพ ดร. กอบกุล ย้ำว่า ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกจำเป็นต้องมี “จุลินทรีย์มีชีวิตในปริมาณที่เพียงพอ” ตามเกณฑ์ของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และต้องคงคุณสมบัตินี้ได้ตลอดอายุผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบแคปซูล ซอง หรือเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นจุดที่ผู้บริโภคควรให้ความสำคัญ

นอกจากนี้ เรายังมีผู้เชี่ยวชาญที่ทำหน้าที่บริการวิเคราะห์โดยจำลองระบบลำไส้เสมือนจริง เพื่อทดสอบการทำงานของโปรไบโอติกในสภาวะใกล้เคียงของจริง มาใช้ทดสอบประสิทธิภาพของโพรไบโอติกก่อนออกสู่ตลาด เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการเข้ามาใช้บริการแล้วมากกว่า 10 ราย  สำหรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ โปรไบโอติกที่ผลิตได้ในขั้นต้นจะอยู่ในลักษณะ “เบลนด์” หรือผงรวมของจุลินทรีย์ จากนั้นผู้ประกอบการสามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ปลายทางได้หลากหลายรูปแบบ เช่น แคปซูล หรือซองชง (sachet) บรรจุกล่อง โดยแต่ละแบรนด์สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายของตนเอง  ในภาคอุตสาหกรรมอาหาร การใช้จุลินทรีย์ในกระบวนการหมักก็ได้รับการพัฒนาเช่นกัน จากเดิมที่ผู้ประกอบการต้องใช้หัวเชื้อในรูปแบบของเหลว ซึ่งมีข้อจำกัดทั้งด้านการขนส่งและความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเป็นหัวเชื้อในรูปแบบผง ที่สะดวกต่อการใช้งาน ควบคุมคุณภาพได้ง่าย และช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิตให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น


นอกจากโพรไบโอติกในรูปแบบดั้งเดิม งานวิจัยยังต่อยอดไปสู่ “โพสต์ไบโอติก” ซึ่งเป็นสารที่ได้จากกระบวนการหมักจุลินทรีย์ จากสายพันธุ์แลคโตบาซิลลัส ซึ่งผลงานนี้ได้รับรางวัลเหรียญทองจากเวทีนวัตกรรมของ วช. และถูกนำไปใช้จริงในผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ เช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น และผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งจุลินทรีย์ ลดการอักเสบ และต้านอนุมูลอิสระ


ปัจจุบัน FoodSERP เดินหน้าปั้น “Flavor SERP” เจาะอุตสาหกรรมรส กลิ่น รองรับตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food) ที่เติบโตต่อเนื่อง โดยใช้วัตถุดิบไทยเป็นตัวสร้างมูลค่า ภายใต้การขับเคลื่อนของ สวทช. มุ่งยกระดับ “flavor” ให้เป็นหัวใจเพิ่มความน่ากินและมูลค่าสินค้า  จึงเกิด “Flavor SERP” เป็นศูนย์พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีรสและกลิ่นแบบครบวงจร ใช้เครื่องมือขั้นสูงวิเคราะห์และถอดรหัสโครงสร้างกลิ่น พร้อมพัฒนาต้นแบบเชิงพาณิชย์ เช่น มะม่วงสายพันธุ์ต่าง ๆ เช่น มะม่วงมหาชนก  อกร่อง  น้ำดอกไม้และทุเรียน เพื่อต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เครื่องดื่ม และสินค้าแปรรูป

จุดแข็งของไทยคือความหลากหลายของวัตถุดิบเกษตร หากพัฒนาเป็น flavor มาตรฐานอุตสาหกรรมได้ จะช่วยเพิ่มมูลค่า ลดการนำเข้า และเปิดโอกาสใหม่ในตลาด Pet Food และ Food Tech ได้อย่างดี

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้