เมื่อ ไข้หูดับ กลายเป็นโจทย์สุขภาพโลก ไทย เคมบริดจ์จับมือวิจัย One Health ยกระดับการป้องกันโรค

Last updated: 14 ก.ค. 2569  |  61 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เมื่อ  ไข้หูดับ  กลายเป็นโจทย์สุขภาพโลก  ไทย  เคมบริดจ์จับมือวิจัย One Health ยกระดับการป้องกันโรค

โรคไข้หูดับ" ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสุขภาพของผู้เลี้ยงสุกรอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญด้านสาธารณสุขของโลก เพราะเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่ส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพประชาชน ความมั่นคงทางอาหาร และอุตสาหกรรมปศุสัตว์ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่มีการผลิตและบริโภคเนื้อสุกรจำนวนมาก


ประเทศไทยเองยังคงพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักวิจัยไทยและต่างประเทศเร่งสร้างองค์ความรู้เพื่อปิดช่องว่างของการเฝ้าระวังโรค ล่าสุด ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จับมือมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักร และเครือข่ายนักวิจัยไทย–นานาชาติ จัดการประชุม Thailand Streptococcus suis Seminar 2026 ภายใต้หัวข้อ "One Health Streptococcus suis: จากงานวิจัยสู่แนวทางป้องกันเพื่อความปลอดภัยทางสาธารณสุขและปศุสัตว์" ระหว่างวันที่ 13–14 กรกฎาคม 2569 เพื่อผลักดันการนำผลงานวิจัยไปใช้ยกระดับระบบเฝ้าระวังและป้องกันโรคอย่างเป็นรูปธรรม

โรคติดเชื้อ Streptococcus suis หรือ "โรคไข้หูดับ" เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่สามารถติดผ่านการสัมผัสสุกรหรือผลิตภัณฑ์สุกรที่ปนเปื้อน รวมถึงการบริโภคเนื้อสุกรดิบหรือปรุงไม่สุก ผู้ป่วยอาจมีอาการรุนแรง ตั้งแต่เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด สูญเสียการได้ยินถาวร ไปจนถึงเสียชีวิต ขณะที่ในสุกร เชื้อชนิดนี้ยังสร้างความเสียหายต่อระบบการผลิตและเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมสุกรอีกด้วย

อีกหนึ่งความท้าทายที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ คือการเพิ่มขึ้นของเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ (AMR) ซึ่งทำให้การรักษาทำได้ยากขึ้น ประกอบกับข้อมูลเกี่ยวกับการแพร่กระจายของเชื้อในฟาร์ม ความเชื่อมโยงระหว่างเชื้อในสัตว์กับผู้ป่วย และการปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหาร ยังมีไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องอาศัยแนวคิด One Health ที่บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคสาธารณสุข สัตวแพทย์ สิ่งแวดล้อม และภาคนโยบาย เพื่อรับมือโรคอย่างรอบด้าน


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชาวรีย์ อรรถลังรอง ผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า ไบโอเทคมีบทบาทในการสร้างองค์ความรู้ พัฒนาเทคโนโลยี และจัดทำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานด้านสาธารณสุขและปศุสัตว์ โดยเฉพาะการศึกษาระบาดวิทยา ความหลากหลายทางพันธุกรรมของเชื้อ การเฝ้าระวังเชื้อดื้อยา และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจีโนมิกส์ เพื่อยกระดับระบบเฝ้าระวังโรคของประเทศ

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยระหว่างมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์และไบโอเทค สวทช. เรื่อง "Beta-Lactam Resistant Strain Replacement of Zoonotic Streptococcus suis in Slaughtered Pigs from Thailand: Global Risks to Food Security and Public Health" ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุน International Science Partnerships Fund (ISPF) ของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ผ่านบริติช เคานซิล เป็นระยะเวลา 2 ปี

Prof. Dr. Lucy Weinert หัวหน้าโครงการจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และ ดร.สุกัญญา ยงเกียรติตระกูล นักวิจัยอาวุโส ไบโอเทค สวทช. หัวหน้าโครงการฝ่ายไทย กล่าวว่า โครงการนี้มุ่งศึกษาความชุกของเชื้อในสุกรชำแหละ ถอดรหัสพันธุกรรมของเชื้อ และวิเคราะห์กลไกการดื้อยาปฏิชีวนะ เพื่อทำความเข้าใจรูปแบบการแพร่กระจายของเชื้อในประเทศไทย อันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบเฝ้าระวัง การประเมินความเสี่ยง และมาตรการป้องกันโรคที่อาศัยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ


ดร.สุกัญญา ยงเกียรติตระกูล  กล่าวว่า ไบโอเทค สวทช. ทำหน้าที่เป็นต้นทางด้านเทคโนโลยีในการรับมือโรคติดเชื้อ ทั้งการตรวจวิเคราะห์เชื้อ การวิจัย และการพัฒนาแนวทางป้องกันใหม่ ๆ ควบคู่กับการศึกษาระบาดวิทยาเชิงลึก ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน

ปัจจุบันการติดเชื้อยังพบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ แม้การรณรงค์จะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยได้ แต่เมื่อการสื่อสารหยุดลง สถานการณ์มักกลับมารุนแรงอีกครั้ง จึงจำเป็นต้องสร้างความตระหนักรู้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ รวมถึงเฝ้าระวังการแพร่เชื้อจากสัตว์สู่คน  

ส่วนงานวิจัยไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตื่นตระหนกเกี่ยวกับเชื้อดื้อยา แต่เพื่อให้ประเทศมีข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างสมเหตุสมผล ทั้งในคนและสัตว์ พร้อมออกแบบมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น  ขณะเดียวกัน ปัญหาเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะทำให้การรักษามีความซับซ้อนมากขึ้น การควบคุมโรคจึงต้องอาศัยทั้งงานวิจัย เทคโนโลยี และความร่วมมือภายใต้แนวคิด One Health เพื่อป้องกันและลดการสูญเสียในระยะยาว

"ข้อมูลจากโครงการนี้จะช่วยเติมเต็มช่องว่างด้านการแพร่กระจายของเชื้อ S. suis ในประเทศไทย และเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับระบบเฝ้าระวังโรค เพิ่มความปลอดภัยของผู้บริโภค และสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมสุกรไทย ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด One Health" ดร.สุกัญญา กล่าว


ด้านคุณอุไรวรรณ สะโมลี หัวหน้าฝ่ายการศึกษา บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า การสนับสนุนโครงการวิจัยครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของสหราชอาณาจักรในการส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม เพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลก โดยเฉพาะโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนและปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ พร้อมผลักดันการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และต่อยอดผลงานวิจัยสู่การกำหนดนโยบายด้านสาธารณสุขและความมั่นคงทางอาหาร


การประชุม Thailand Streptococcus suis Seminar 2026 จึงเป็นเวทีนำเสนอผลงานวิชาการ และยังเป็นก้าวสำคัญของการสร้างเครือข่ายนักวิจัย แพทย์ สัตวแพทย์ หน่วยงานภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบเฝ้าระวังโรคด้วยเทคโนโลยีจีโนมิกส์ ยกระดับการป้องกันโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน และสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศไทยในระยะยาว ภายใต้แนวคิด One Health ที่มองว่าสุขภาพของคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ล้วนเชื่อมโยงและไม่อาจแยกออกจากกันได้

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้