Last updated: 26 มิ.ย. 2569 | 29 จำนวนผู้เข้าชม |
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้“เปิดตัวนักวิจัยศักยภาพสูง ประจำปี 2569” เพื่อเชิดชูเกียรติและสนับสนุนนักวิจัยอาวุโสผู้มีผลงานโดดเด่นในระดับชาติและนานาชาติ ผ่านกลไก “ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง” นวัตกรรมเด่นที่นำมาเปิดตัวในครั้งนี้เป็นเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ที่พร้อมเปลี่ยนโฉม 3 อุตสาหกรรมหลักของประเทศ ซึ่ง "ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง ปี 2569" ที่เน้นสร้างทีม ผลักดันโครงสร้างพื้นฐาน และนำไปใช้จริงในเชิงพาณิชย์เพื่อความยั่งยืนของไทย

ความน่าสนใจของทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูงในปีนี้ คือการไม่ได้มองแค่ผลลัพธ์ของชิ้นงานวิจัย แต่เป็นการวางรากฐานระยะยาว โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. ได้เน้นย้ำว่า ทุนนี้เปรียบเสมือนบันไดขั้นสูงสุดในสายอาชีพนักวิจัย มุ่งเน้นการสร้างทีมที่แข็งแกร่งตั้งแต่ระดับนักศึกษาไปจนถึงนักวิจัยอาวุโส เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่ตอบโจทย์ความท้าทายและรับมือกับวิกฤติเร่งด่วนของประเทศ ที่สำคัญ "ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง ปี 2569" นี้ยังเน้นสร้างทีมผลักดันนวัตกรรมไทยสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

ในขณะที่ ศ. ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเสริมว่า สวทช. พร้อมที่จะเป็นแรงหนุนในการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อช่วยให้การทำงานของนักวิจัยมีความคล่องตัว และผลักดันให้ผลงานทั้งหมดนี้สามารถนำไป "ใช้ประโยชน์ได้จริง" ในเชิงพาณิชย์และสังคม ไม่ใช่เป็นเพียงแค่เอกสารวิจัยทางวิชาการเท่านั้น
3 โครงการวิจัย "เปลี่ยนโลก" พลังขับเคลื่อนไทยด้วยนวัตกรรมขั้นสูง

เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมเคมีและสุขภาพด้วยสารไวแสงรักษามะเร็ง และเซนเซอร์อัจฉริยะ โดบ ศ. ดร.มงคล สุขวัฒนาสินิทธิ์ (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ได้นำเสนองานวิจัยที่จะเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีแบบเดิมๆ ไปสู่ "เคมีมูลค่าสูง" เป็นสารไวแสงที่สามารถใส่เข้าไปในน้ำม้นและสามารถบ่งบอกประเภทหรือชนิด สารชนิดนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานง่ายขึ้นและยังป้องกันการลักลอบเอาน้ำมันปลอดภาษีเข้ามาในประเทศ และยังค้นพบโมเลกุลสารอินทรีย์ชนิดใหม่เพื่อนำไปพัฒนาเป็นเซนเซอร์ตรวจวัดสารปนเปื้อนในอาหาร ตัวเร่งปฏิกิริยาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และที่น่าจับตามองที่สุดคือการพัฒนา "สารไวแสงสำหรับบำบัดโรคมะเร็ง" ซึ่งโครงการนี้ตั้งเป้าที่จะสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ให้ประเทศอย่างน้อย 50 ล้านบาทต่อปี

พลิกโฉมอาหาร Next-Gen: เทคโนโลยีพิมพ์อาหาร 4 มิติเพื่อสุขภาพ หมดเวลากับนิยามอาหารแบบเดิมๆ เมื่อ ศ. ดร.สักกมน เทพหัสดิน ณ อยุธยา (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี) นำเทคโนโลยีการพิมพ์ขั้นสูงมาพัฒนา "หมึกพิมพ์อาหารและการพิมพ์ 2-4 มิติ" เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์และสังคมสูงวัย นวัตกรรมนี้สามารถเนรมิตเนื้อสัตว์เทียมจากพืช (Plant-based meat) บรรจุภัณฑ์ที่บริโภคได้ รวมถึงอาหารเฉพาะกลุ่มสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาในการกลืน ยิ่งไปกว่านั้นยังมี "ฉลากอัจฉริยะ" ที่สามารถติดตามและบ่งบอกคุณภาพความสดใหม่ของอาหารได้จริง ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสุขภาพและความยั่งยืน
ก้าวล้ำเทคโนโลยีชีวภาพ: สูตรลับโคลนนิ่ง 2 ขั้นตอน กู้ชีพสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์

โดย ศ. ดร.รังสรรค์ พาลพ่าย (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี) ได้ทลายขีดจำกัดเดิมๆ ของวงการเทคโนโลยีชีวภาพ ด้วยสูตรลับการปรับแปลงจีโนมสองขั้นตอน (Dual Epigenetic Reprogramming) ที่เข้ามาช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของสัตว์โคลนนิ่ง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการผลิตปศุสัตว์เกรดพรีเมียม การกู้ชีพสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์อย่าง โคบันเต็ง และลิงแสม รวมถึงการใช้สัตว์เหล่านี้เป็นต้นแบบในการเร่งพัฒนาการแพทย์แม่นยำและการผลิตยารักษาโรคในระดับสากล
งานเปิดตัวนักวิจัยศักยภาพสูง ประจำปี 2569 ในครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเป็น "ประเทศขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมขั้นสูง" อย่างเต็มตัว ซึ่งผลลัพธ์จากความทุ่มเทในวันนี้ จะกลายมาเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของพวกเราทุกคนอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป