Last updated: 11 มี.ค. 2569 | 41 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่อโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี “งานวิจัยและนวัตกรรม” กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างทางออกให้กับสังคม
งานในปีนี้จึงเป็นเวทีนำเสนอผลงานวิจัย ที่สะท้อนให้เห็นว่า วิทยาศาสตร์สามารถตอบโจทย์สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม การจัดงานประชุมวิชาการประจำปีของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) NAC2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เศรษฐกิจยั่งยืนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ระหว่างวันที่ 24 – 28 เมษายน 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี

วิทยาศาสตร์เป็นทางรอด .......ความยั่งยืนกลายเป็นกติกาใหม่ของโลก
ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ “ความยั่งยืน” ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญของการอยู่รอดทางเศรษฐกิจ โดย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม คือเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาอย่างยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริง

ตัวอย่างเช่น ทีมวิจัยของ สวทช. ได้นำ เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ มาช่วยแก้ปัญหาการปนเปื้อนแมลงและสารเคมีในกะเพรา เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตและเพิ่มโอกาสส่งออกกะเพราไทยสู่ตลาดโลก อีกด้านหนึ่ง สวทช. ยังเตรียมความพร้อมให้ภาคอุตสาหกรรมไทยรับมือกับมาตรการสิ่งแวดล้อมของโลก โดยเฉพาะ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ของ European Union ที่จะมีผลต่อการค้าระหว่างประเทศ
ในเรื่องนี้ สวทช. โดย สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (TIIS) ได้จัดทำฐานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมและเหล็ก เพื่อช่วยผู้ประกอบการจัดทำรายงานด้านคาร์บอนและสามารถแข่งขันในตลาดยุโรปได้ เพื่อผลักดันแนวคิดดังกล่าว สวทช. จึงจัดงาน NSTDA Annual Conference 2026 (NAC2026) เพื่อเป็นเวทีนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่พร้อมใช้งานจริง พร้อมเชื่อมโยงนักวิจัย ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และเยาวชน ให้ร่วมกันใช้วิทยาศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศสู่ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเป้าหมาย Net Zero ในปี 2593
ทั้งนี้ งานเปิดประชุมจะได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดวันที่ 24 เมษายน 2569
ผู้อำนวยการ สวทช. ย้ำอีกว่า ในโลกยุคใหม่ ประเทศที่มีเทคโนโลยีจะเป็นผู้กำหนดกติกา และธุรกิจที่ปรับตัวด้วยนวัตกรรมได้ก่อน จะเป็นผู้ที่อยู่รอดและเติบโตในเศรษฐกิจแห่งอนาคต
งานวิจัยกับภารกิจแก้ปัญหาสังคม
หนึ่งในทิศทางสำคัญของงาน NAC2026 คือการนำเสนอ นวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้จริง (Ready-to-use) เพื่อช่วยแก้ปัญหาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อม ภาคเกษตร หรืออุตสาหกรรม

ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ แพลตฟอร์มบริหารจัดการบัญชีคาร์บอนแบบอัตโนมัติ (Acamp) ซึ่งช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบเรียลไทม์ ทำให้การจัดการคาร์บอนซึ่งเคยเป็นเรื่องซับซ้อน กลายเป็นระบบที่ใช้งานได้ง่ายและแม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องปรับตัวต่อกติกาการค้าระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม

ในภาคเกษตรกรรม งานวิจัยอย่าง ชุดตรวจเชื้อ EHP แบบรวดเร็วสำหรับอุตสาหกรรมกุ้ง ก็เป็นอีกตัวอย่างของเทคโนโลยีที่ช่วยลดความเสียหายทางเศรษฐกิจของเกษตรกร จากเดิมที่ต้องใช้เวลาตรวจโรคในห้องปฏิบัติการหลายวัน ปัจจุบันสามารถรู้ผลได้ภายใน 25 นาที ทำให้เกษตรกรสามารถคัดกรองโรคได้ตั้งแต่ต้นทาง
นวัตกรรมพลังงานและอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ

ภาคพลังงานและการขนส่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำคัญ ก็เป็นอีกพื้นที่ที่งานวิจัยกำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เช่น ไบโอดีเซลพรีเมียม H-FAME ที่สามารถใช้กับรถบรรทุกหรือเครื่องจักรดีเซลได้ทันทีโดยไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์ ถือเป็นทางเลือกสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาด

ขณะเดียวกัน สวทช. ยังพัฒนา มาตรฐานความยั่งยืนของเชื้อเพลิงอากาศยาน (SAF) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการบินในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้สูงถึง 80% และเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานการบินสะอาดในภูมิภาค
เปลี่ยนของเสียเป็นทรัพยากร
อีกหนึ่งงานวิจัยที่สะท้อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน คือ วัสดุนาโน MOFs ที่สามารถนำของเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรม เช่น ขวดพลาสติกใช้แล้ว หรือสนิมเหล็ก มาพัฒนาเป็นวัสดุที่ใช้ดูดซับก๊าซพิษ มลพิษทางอากาศ และสารอินทรีย์ระเหยง่าย
นวัตกรรมประเภทนี้ไม่เพียงช่วยลดปัญหาขยะ แต่ยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับของเสีย และมีบทบาทในการลดปัญหามลพิษ เช่น ฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของหลายเมืองในปัจจุบัน
เวทีเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับเศรษฐกิจ
นอกจากนิทรรศการผลงานวิจัยกว่า 100 ผลงาน ภายในงานยังมีสัมมนาวิชาการมากกว่า 40 หัวข้อ ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ เอกชน และนักวิจัยร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจสีเขียว เทคโนโลยีแห่งอนาคต และการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

อีกหนึ่งไฮไลต์คือเวที NAC x Techsauce ที่นำผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ เทคโนโลยี และสตาร์ตอัป มาร่วมวิเคราะห์ผลกระทบของแนวคิด Net Zero ต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตในอนาคต

ขณะเดียวกัน ยังมีกิจกรรม Open House สวทช. เปิดให้ประชาชน นักเรียน และผู้ประกอบการเข้าเยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานด้านวิจัย รวมถึงกิจกรรม STEM สำหรับเยาวชน และตลาดนัดนวัตกรรมที่รวบรวมสินค้ารักษ์โลกจากผู้ประกอบการไทย
วิทยาศาสตร์กับอนาคตประเทศไทย

งาน NAC2026 จึงเป็นมากกว่างานประชุมวิชาการของนักวิจัย แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนให้เห็นว่า งานวิจัยสามารถเชื่อมโยงกับชีวิตผู้คน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมได้อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมกำลังกลายเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวสู่ เศรษฐกิจใหม่ที่เติบโตควบคู่กับความยั่งยืน
ผู้สนใจเข้าร่วมงาน NAC2026 ได้ตลอดทั้ง 5 วันตั้งแต่วันที่ 24 – 28 เมษายน 2569 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี สามารถลงทะเบียนได้ฟรีเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่เว็บไซต์ www.nstda.or.th/nac ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม: โทรศัพท์ 0-2564-8000