Last updated: 30 ม.ค. 2569 | 109 จำนวนผู้เข้าชม |
ชู 5 เสาหลักวิจัยแนวหน้า จากดวงดาวสู่ PM2.5 เตือนภัยแผ่นดินไหว ท่องเที่ยวท้องฟ้ามืด พร้อมปั้นกำลังคนทักษะสูง ดันไทยสู่ห่วงโซ่นวัตกรรมอวกาศโลก
เมื่อ “ดาราศาสตร์” ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเฝ้ามองดวงดาวบนท้องฟ้า แต่ถูกยกระดับให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้โจทย์ด้านสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) กำลังพลิกองค์ความรู้จากอวกาศให้กลายเป็นเทคโนโลยีที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ผ่านยุทธศาสตร์ใหม่ ASTRONOMY+ ที่เดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม เปิดมุมมองใหม่ของการใช้วิทยาศาสตร์อวกาศเป็นฐานในการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรม เพื่อสร้างคุณค่าและประโยชน์ต่อสังคมไทยในหลากหลายมิติ

ในงาน NARIT OPEN TALK 2026 ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการ NARIT ชี้ว่า ASTRONOMY+ คือการ “แปล” องค์ความรู้ดาราศาสตร์ให้เกิดผลลัพธ์จริง ตั้งแต่งานวิจัยระดับแนวหน้าที่เชื่อมต่อเครือข่ายโลก ไปจนถึงการสร้างเทคโนโลยีต้นแบบ การยกระดับคุณภาพชีวิต และการสร้างเศรษฐกิจใหม่จากอวกาศ
การจัดอันดับของสถาบันวิจัยไทยจาก SCImago ) ซึ่งเป็นระบบจัดอันดับที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ครอบคลุมทุกประเภทองค์กรและทุกสาขาวิชาในประเทศไทย พบว่า สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) อยู่ใน อันดับที่ 10 ของประเทศ อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของ NARIT ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเป็นหนึ่งในผู้นำของประเทศ แต่มุ่งยกระดับบทบาทสู่การเป็น กำลังหลักด้านวิทยาศาสตร์อวกาศและดาราศาสตร์ของไทย และก้าวขึ้นสู่การเป็น สถาบันชั้นนำในระดับโลก
การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ASTRONOMY + มุ่งต่อยอดดาราศาสตร์จากงานวิจัยเชิงวิชาการ ยกระดับดาราศาสตร์สู่เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ใช้ได้จริง ไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง นวัตกรรม และการประยุกต์ใช้ในมิติต่าง ๆ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม อุตสาหกรรม และความมั่นคงของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีเซนเซอร์ขั้นสูง การประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ปัญญาประดิษฐ์ การพัฒนาเครื่องมือความแม่นยำสูง ไปจนถึงการใช้ข้อมูลอวกาศเพื่อการตัดสินใจเชิงนโยบาย

ในระยะต่อไป เรายังวางเป้าหมายผลักดันนักวิจัยไทยเข้าสู่ Frontier Research อย่างเต็มตัว ทั้งการมีส่วนร่วมในภารกิจระดับนานาชาติ การผลิตองค์ความรู้เชิงลึก และการตีพิมพ์งานวิจัยบนเวทีโลก ผลักดันผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ เชิงพาณิชย์และเชิงสังคม ควบคู่กับการพัฒนา บุคลากรวิจัยรุ่นใหม่ เพื่อปูทางให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น ผู้สร้างเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านอวกาศ ไม่ใช่เพียงผู้ใช้ และยกระดับสถานะจาก “ผู้ตาม” สู่การเป็น ผู้นำของโลกในอนาคต
เชื่อมอดีตกับอนาคต ผ่านโบราณดาราศาสตร์

มิติที่โดดเด่นของ ASTRONOMY+ คือการบูรณาการ ภูมิปัญญาบรรพชน เข้ากับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ผ่านโบราณดาราศาสตร์ การศึกษาผังวัด โบราณสถาน และการใช้ตำแหน่งดวงดาวในอดีต เป็นการต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นองค์ความรู้ร่วมสมัย และเพิ่มคุณค่าเชิงวิชาการและสังคม
เทคโนโลยีอวกาศ ฝีมือคนไทย สู่การใช้งานจริง
หนึ่งในไฮไลต์ที่ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของเทคโนโลยีอวกาศไทย เมื่อ NARIT เตรียมส่ง CE’7 MATCH Thai Payload อุปกรณ์ตรวจวัดสภาพอวกาศที่พัฒนาโดยวิศวกรไทย เตรียมเดินทางไปโคจรรอบดวงจันทร์กับยาน Chang’E 7 ในปี 2569

ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีจากการติดตามวัตถุนอกโลก ถูกต่อยอดเป็น กล้องตรวจจับโดรน และการพัฒนากล้องโทรทรรศน์ขนาด 0.8 เมตร ที่ออกแบบและประกอบในประเทศ สะท้อนศักยภาพวิศวกรรมขั้นสูงที่พร้อมเข้าสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์สำหรับความมั่นคงและความปลอดภัย นี่คือเสน่ห์ของ “นวัตกรรมข้ามศาสตร์” แบบ ASTRONOMY+ จากการเฝ้ามองดาวสู่การเฝ้าระวังน่านฟ้า
ดาราศาสตร์กับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัย

งานวิจัยด้านบรรยากาศและภัยพิบัติกลายเป็นหัวใจสำคัญของ ASTRONOMY+ ตั้งแต่การใช้ ACSM และโดรน เก็บข้อมูล PM2.5 เชิงพื้นที่แบบ Real Time เพื่อหาต้นตอฝุ่น PM2.5 แบบรู้จริง ข้อมูลเหล่านี้ถูกแชร์ให้หน่วยงานท้องถิ่นเพื่อใช้สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายด้านสาธารณภัยได้แม่นยำขึ้น ถัดมาเป็นผลงานที่ใกล้ตัวคือ การพัฒนาระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวผ่าน IoT และดาวเทียม เป้าหมายไม่ใช่แค่ “รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น” แต่คือ “รู้ล่วงหน้าให้เร็วที่สุด” เพื่อช่วยลดความสูญเสีย
สร้างการเรียนรู้–เศรษฐกิจฐานชุมชน

อีกหนึ่งมิติที่ NARIT ให้ความสำคัญคือ การเข้าถึงองค์ความรู้ของทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมผลักดันโครงการ Amazing Dark Sky in Thailand และการขึ้นทะเบียนเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ สร้างรายได้ และกระจายโอกาสสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
แนวโน้ม : ASTRONOMY+ กับทิศทางอนาคตไทย
ASTRONOMY+ สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของดาราศาสตร์จาก “ศาสตร์เชิงสังเกต” สู่ แพลตฟอร์มเทคโนโลยีต้นน้ำ ที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมสำคัญของโลกยุคใหม่ ได้แก่ Climate Tech & Disaster Tech งานวิจัยอวกาศจะกลายเป็นฐานข้อมูลสำคัญของการรับมือโลกรวนและภัยพิบัติ Space Economy & Advanced Engineering เทคโนโลยีอวกาศ ฝีมือคนไทย มีแนวโน้มต่อยอดสู่สตาร์ทอัพด้านอวกาศ IoT และ AI
รวมทั้งช่วยขยายห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีภายในประเทศ Deep-tech Workforce การสร้างนักวิจัยและวิศวกรทักษะสูง จะเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ Science-based Tourism & Cultural Economy ท้องฟ้ามืดและโบราณดาราศาสตร์ คือทรัพยากรใหม่ของเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ASTRONOMY+ จึงไม่ใช่เพียงยุทธศาสตร์ขององค์กร แต่คือ โมเดลการใช้วิทยาศาสตร์ขั้นสูงขับเคลื่อนประเทศ ที่เชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสังคมเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งจัดเป็น “กลไกหลัก” ที่พาไทยก้าวยืนอยู่บนเวทีนวัตกรรมโลกอย่างมั่นคง