Last updated: 27 ก.พ. 2569 | 672 จำนวนผู้เข้าชม |
ความก้าวหน้าของวงการสาธารณสุขไทยกำลังขยับขึ้นไปอีก เมื่อ กรมควบคุมโรค ผนึกกำลังกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ (สวทช.) เดินหน้าความร่วมมือครั้งใหญ่ เพื่อเปลี่ยนเกมการป้องกันและควบคุมโรคของประเทศ จาก “ตั้งรับ” สู่ “เชิงรุกด้วยข้อมูลและนวัตกรรม”

การลงนาม MOU ครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่พิธีการ แต่คือการวางรากฐานระบบเฝ้าระวังโรคยุคใหม่ ที่ใช้ Big Data, AI และเทคโนโลยีดิจิทัล เป็นหัวใจสำคัญ เป้าหมายชัดเจนคือ ยกระดับไทยสู่การเป็นผู้นำระบบควบคุมโรคที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค
เปลี่ยนองค์กรรัฐสู่ “องค์กรนวัตกรรม”

นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ประกาศชัดว่า โลกวันนี้ไม่เหมือนเดิม โรคอุบัติใหม่ โรคอุบัติซ้ำ และผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ ทำให้การทำงานแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป ความร่วมมือกับ สวทช. จะช่วยให้กรมควบคุมโรคใช้ “ข้อมูลจริง งานวิจัยจริง” มาหนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย ตั้งแต่ระบบเฝ้าระวัง ไปจนถึงการออกมาตรการควบคุมโรคที่แม่นยำขึ้น พูดง่าย ๆ คือ จากนี้ไป การควบคุมโรคจะไม่ได้พึ่งแค่รายงานย้อนหลัง แต่จะใช้ข้อมูลเรียลไทม์และ AI ช่วยคาดการณ์ความเสี่ยงล่วงหน้า ของเดิมก็แกร่ง ของใหม่ยิ่งล้ำ ที่ผ่านมา ทั้งสองหน่วยงานเคยร่วมฝ่าวิกฤตโควิด-19 ด้วยแพลตฟอร์มสำคัญ เช่น
TanRabad แอปสำรวจลูกน้ำยุงลายแบบเรียลไทม์ INTERVAC ระบบวัคซีนพาสปอร์ตดิจิทัล
DDC-Care Platform ติดตามกลุ่มเสี่ยงโรคติดต่อ BigStream จัดการข้อมูลสุขภาพขนาดใหญ่

สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ย้ำถึงเจตนารมณ์ในการ “สร้างชาติด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ” ว่า เตรียมส่ง “กองทัพงานวิจัย” เสริมแนวหน้า โดยเฉพาะการนำ Traffy Fondue มาปรับใช้เป็นแพลตฟอร์มรับแจ้งเหตุและเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพในชุมชน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมรายงานความเสี่ยงได้ทันที ชุดตรวจ 10 นาที – AI วิเคราะห์ – จีโนมิกส์แม่นยำ อีกหนึ่งไฮไลต์คือ OV-ATK ชุดตรวจพยาธิใบไม้ตับ รู้ผลใน 10 นาที ผลิตโดยคนไทย Digital Healthcare Platform ที่เชื่อมบริการสุขภาพในชุมชน โครงการ Genomics Thailand สนับสนุนการแพทย์แม่นยำ วิเคราะห์พันธุกรรมคนไทย เซนเซอร์ชีวภาพตรวจความเสี่ยงโรคแบบรวดเร็ว ระบบ EnvOcc เฝ้าระวังโรคจากการทำงาน ตั้งเป้าครอบคลุมแรงงานกว่า 500,000 คนต่อปี ทั้งหมดนี้กำลังถูกร้อยเรียงเข้าสู่ภาพใหญ่ที่เรียกว่า “Smart Community Health” หรือ สุขภาพชุมชนอัจฉริยะ
โมเดลข้ามกระทรวง สู่ความมั่นคงสุขภาพ
ความร่วมมือครั้งนี้ยังถือเป็นโมเดลสำคัญของการบูรณาการข้ามกระทรวง ระหว่างกระทรวง อว. และกระทรวงสาธารณสุข ที่เน้นพัฒนาทักษะบุคลากรแบบข้ามสายงาน (Cross-functional Skills) รองรับวิกฤตสุขภาพในอนาคต สาระสำคัญคือ “นวัตกรรมนำหน้า” เพื่อไม่ให้ประเทศต้องสูญเสียทั้งชีวิต เศรษฐกิจ และโอกาสเหมือนที่ผ่านมา ถ้าการร่วมมือครั้งนี้สำเร็จ ไทยอาจไม่ได้แค่ควบคุมโรคได้ดีขึ้น แต่กำลังสร้างระบบสาธารณสุขยุคใหม่ ที่ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นกลไกหลักของความมั่นคงประเทศในระยะยาว