Last updated: 5 ส.ค. 2569 | 58 จำนวนผู้เข้าชม |
ประเทศไทยเตรียมพร้อมแค่ไหน? ในวันที่ AI ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ตอบคำถาม แต่เริ่มคิดและวางแผนเองได้ หุ่นยนต์เริ่มเข้ามาใกล้ชิดชีวิตมนุษย์มากขึ้น พร้อมๆ กับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกอย่าง AI–Humanoid, 6G, Quantum และเทคโนโลยีอวกาศที่กำลังเปิดประตูสู่ยุคใหม่
คำตอบทั้งหมดนี้สามารถสัมผัสได้จริงในงานประชุมวิชาการและนิทรรศการ NECTEC Annual Conference & Exhibition 2026 (NECTEC-ACE 2026) ในวาระครบรอบ 40 ปีของเนคเทค สวทช. ภายใต้แนวคิด “NECTEC 40 Years – Legacy & Beyond วันนี้ที่สร้างไว้ เพื่อก้าวต่อไปที่ยั่งยืน” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 3 กันยายน 2569 ณ พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
งานครั้งนี้จะนำผู้เข้าร่วมไปเปิดมุมมองเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างรอบด้าน ทั้ง Agentic AI, Humanoid Robotics, 6G, Quantum, Space Communication, Neuromorphic AI, Photonics และ Semiconductor ร่วมกับพันธมิตรกว่า 30 หน่วยงาน ที่นำผลงานวิจัยซึ่งพัฒนาจนสามารถนำไปใช้งานได้จริง ทั้งในภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และชีวิตประจำวันมาจัดแสดง
40 ปีแห่งรากฐาน สู่ขีดความสามารถใหม่ของประเทศ

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวว่า การครบรอบ 40 ปีครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการย้อนมองความสำเร็จในอดีต แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถามว่า ประเทศไทยจะสร้างขีดความสามารถใหม่อย่างไรเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว
"40 ปีที่ผ่านมา คือการวางรากฐาน แต่ 40 ปีข้างหน้า คือการสร้างความสามารถใหม่ของประเทศ"
ตลอด 4 ทศวรรษ เนคเทคทำหน้าที่อยู่เบื้องหลังการวางรากฐานเทคโนโลยีสำคัญของไทยมาโดยตลอด ตั้งแต่การบุกเบิกเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษาและวิจัย (ThaiSARN), การพัฒนาอุตสาหกรรมไมโครอิเล็กทรอนิกส์, การผลักดันพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และรัฐบาลดิจิทัล ไปจนถึงแพลตฟอร์มที่กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทย เช่น Traffy Fondue, Thai School Lunch และ TPMAP
อย่างไรก็ตาม บริบทเทคโนโลยีในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงเร็วยิ่งกว่าเดิม และโจทย์ในอนาคตก็ซับซ้อนขึ้นอย่างมาก ทั้ง AI ที่วิวัฒนาการไปสู่ระบบที่คิดและลงมือทำได้เอง หุ่นยนต์ที่ก้าวออกจากห้องทดลองสู่การใช้งานจริง รวมถึง Quantum และการสื่อสารผ่านอวกาศที่กำลังสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ
"ยังมีอีกหลายโจทย์ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากนักวิจัย ภาคธุรกิจ หน่วยงานรัฐ และผู้ใช้งาน เพื่อสร้างกำลังคนและความสามารถในการพึ่งพาเทคโนโลยีของประเทศ NECTEC-ACE 2026 จึงต้องการทำหน้าที่เป็น 'พื้นที่เชื่อมต่อ' ระหว่างงานวิจัย เทคโนโลยี ผู้ประกอบการ ภาคอุตสาหกรรม และประชาชน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมมองเห็นโอกาสในการนำเทคโนโลยีไปต่อยอดเป็นธุรกิจหรือโซลูชันใหม่ พร้อมเรียนรู้จากประสบการณ์ ค้นพบพันธมิตร และร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีไทยไปด้วยกัน" ดร.ชัย กล่าวเน้นย้ำ
เจาะลึก 3 แกนวิจัยหลัก สู่ไฮไลต์เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก

ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. เปิดเผยว่า ปัจจุบันเนคเทคขับเคลื่อนงานวิจัยผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ AI, Network และ Sensor ก่อนนำไปต่อยอดเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่มีความสำคัญต่อประเทศ โดยมีไฮไลต์ที่น่าสนใจภายในงาน ดังนี้
ด้าน AI พบกับ Pathumma Connect แชตบอตอัจฉริยะที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากหลากหลายแหล่งเพื่อนำมาสังเคราะห์เป็นคำตอบตรงตามความต้องการ และ AI Agentic Chatbot ที่ก้าวไปอีกขั้นด้วยความสามารถในการเข้าใจความต้องการ วางแผน แยกแยะงาน และเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงานเพื่อประมวลผลเป็นคำตอบเดียวพร้อมแหล่งอ้างอิง

ด้าน Network สัมผัส TeraBoost เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพสัญญาณ 5G ที่เตรียมต่อยอดสู่ 6G และ TeraAnt อุปกรณ์รับส่งสัญญาณเทระเฮิรตซ์ สำหรับใช้วิเคราะห์วัสดุในอุตสาหกรรมอาหารและยา

ด้าน Humanoid & Physical AI นำเสนอ “หุ่นยนต์สนทนา” ที่ผสานเทคโนโลยีภาษาไทย ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ และ Machine Vision เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดเป็นหุ่นยนต์บริการ หุ่นยนต์ต้อนรับ หุ่นยนต์ขนส่งในโรงงาน และแพลตฟอร์มสำหรับ Physical AI

ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับชมความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในแต่ละด้าน เชื่อมโยงเข้ากับโจทย์ของประเทศไทย และมองเห็นโอกาสในการนำไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจและการทำงาน โดยสามารถพูดคุยกับนักวิจัยและผู้พัฒนาได้โดยตรง
บทบาท Data Center: เครื่องยนต์สำคัญขับเคลื่อน Digital Ecosystem ในไทย

ในมิติของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เอไอเอส (AIS) ได้ร่วมถ่ายทอดมุมมองถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของ Data Center ในประเทศไทยว่า ในอดีต ดีลเทคโนโลยีขนาดใหญ่มักกระจุกตัวอยู่ในประเทศอย่างสิงคโปร์หรือฮ่องกง ทำให้ผู้ใช้บริการคลาวด์ในไทยมีข้อจำกัดด้านความเร็ว ระยะทาง และต้นทุนการเชื่อมต่อ (Bandwidth)
แต่ในปัจจุบัน การลงทุนตั้ง Data Center ในไทยขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปริมาณการใช้งานแอปพลิเคชันที่โตอย่างก้าวกระโดด บวกกับจุดแข็งทางภูมิศาสตร์ของไทยในการเป็น "ศูนย์กลางแห่งอาเซียน" (ASEAN Hub) ประเทศไทยจึงกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์กลางที่องค์กรต่างชาติใช้เป็นฐานในการขยายบริการไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
AIS ในฐานะหนึ่งในผู้ให้บริการที่ร่วมสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ได้เตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีแก่ลูกค้าภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และภาครัฐ เพื่อรองรับการใช้งานแอปพลิเคชันยุคใหม่ โดยการมี Data Center ภายในประเทศมีประโยชน์หลัก 2 ประการ ได้แก่:
1. เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ: ลดข้อจำกัดเรื่องแบนด์วิธ ช่วยให้การใช้งานแอปพลิเคชันไหลลื่นยิ่งขึ้น
2. ความปลอดภัยและการกำกับดูแลตามกฎหมาย (Data Sovereignty): ช่วยให้ข้อมูลที่มีความไว้วางใจสูง (Sensitive Data) เช่น ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลการเงิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล อยู่ภายใต้มาตรฐานการคุ้มครองความปลอดภัยและกฎหมายของไทย
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลัก 3 ด้าน เพื่อให้ได้รับประโยชน์จาก Data Center อย่างแท้จริง ได้แก่ การบริหารจัดการพลังงานสะอาด, การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ การพัฒนาบุคลากรไทยให้มีทักษะแห่งอนาคต
ก้าวต่อไป: ชู "AI & Regional Application" เปลี่ยนไทยจากผู้ใช้ เป็นผู้ให้บริการ จากการแลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกับนักวิจัยเนคเทค พบว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนา AI และแอปพลิเคชันของตัวเอง หากสามารถยกระดับไปสู่การเป็น Regional Application ที่เข้าใจบริบท ภาษา และวัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้านได้ ไทยจะก้าวสู่การเป็น Hub ในภูมิภาคได้อย่างแท้จริง โดยมี Data Center เป็น "เครื่องยนต์หลัก" ในการส่งออกนวัตกรรมเหล่านี้ ซึ่งการมีโครงสร้างพื้นฐานเป็นของตัวเองถือเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่ามหาศาลหากมีการกำกับดูแลและบริหารจัดการอย่างเหมาะสม
เต็มอิ่มกับความรู้และโอกาสทางธุรกิจในงาน NECTEC-ACE 2026

ภายในงานประกอบด้วย 4 เวทีสัมมนาคู่ขนาน, 4 โซนนิทรรศการ, ผลงานเทคโนโลยีกว่า 40 รายการ (ครอบคลุม AI, หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์, Quantum, เทคโนโลยีการเกษตร การแพทย์ เมือง สิ่งแวดล้อม การศึกษา และอุตสาหกรรม 5.0) พร้อมด้วย วิทยากรชั้นนำกว่า 40 ท่าน อาทิ
ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ในหัวข้อ "Power up Thailand with Frontier Technologies"
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กับแนวคิด "Smart Enough City: เมืองที่ ‘พอดี’ คือเมืองที่ดีที่สุด"
ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน, รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม และ เชอรี่–เข็มอัปสร สิริสุขะ ที่จะมาร่วมเปิดมุมมองต่อ Technology Disruption และอนาคตของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง
จาก “สิ่งที่สร้างไว้” ตลอด 40 ปี สู่ “สิ่งที่จะสร้างต่อไป” NECTEC-ACE 2026 จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนเห็นว่าเทคโนโลยีแห่งอนาคตไม่ได้อยู่ไกลตัวอีกต่อไป และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียธุรกิจใหม่ โอกาสใหม่ หรือคำตอบใหม่สำหรับประเทศไทย
พบกันวันที่ 3 กันยายน 2569 ณ พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน (เข้าร่วมงานฟรี)