ไทย-ญี่ปุ่น ผนึกกำลังสู่เศรษฐกิจสีเขียว ยกระดับลงทุนด้วย AI ดัน EEC เป็นฮับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

Last updated: 23 มี.ค. 2569  |  46 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ไทย-ญี่ปุ่น ผนึกกำลังสู่เศรษฐกิจสีเขียว ยกระดับลงทุนด้วย AI ดัน EEC เป็นฮับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ถ้ามองภาพใหญ่ของเศรษฐกิจโลกตอนนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “ความยั่งยืน” ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่กลายเป็นกติกาใหม่ของการลงทุนไปแล้ว และนี่คือเหตุผลที่เวที Thailand–Japan Sustainable Business Forum 2026 ถูกจับตามองอย่างมาก

การจับมือกันของ JETRO, BOI และ สกพอ. (EEC) ครั้งนี้ ไม่ได้เป็นแค่ความร่วมมือเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นการ “ลงมือจริง” ผ่านการลงนามความร่วมมือ (MOC) เพื่อผลักดันเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมครั้งใหญ่

เวที Thailand–Japan Sustainable Business Forum 2026 สะท้อนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างไทย-ญี่ปุ่น ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ความยั่งยืน ผ่านการผสานพลังของเทคโนโลยี AI นวัตกรรมดิจิทัล และ Green Transformation (GX)   ความร่วมมือครั้งนี้นำโดย เจโทร (JETRO) ร่วมกับ BOI และ สกพอ. (EEC) ลงนาม MOC 2 ฉบับ เพื่อเร่งการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมตั้ง Sustainable Business Desk เป็นกลไกเชื่อมโยงภาคธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น   ประเทศไทยยังคงเป็นศูนย์กลางการลงทุนในอาเซียน โดยปี 2568 มูลค่าการขอรับการส่งเสริมลงทุนสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท ขณะที่ญี่ปุ่นยังเป็นนักลงทุนรายใหญ่อันดับ 2 สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพไทย   ขณะที่พื้นที่ EEC กำลังก้าวขึ้นเป็นฐานสำคัญของอุตสาหกรรมยุคใหม่ ทั้ง EV, Data Center, AI, พลังงานสีเขียว และไบโอเทค รองรับความต้องการโลกที่มุ่งสู่ Carbon Neutrality


อาเบะ อิจิโระ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) ระบุว่า ไทย-ญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและเติบโตร่วมกันมาอย่างยาวนาน ล่าสุดได้ยกระดับความร่วมมือผ่านการลงนาม MOC กับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว เน้นลดคาร์บอน ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และนำเทคโนโลยี AI-ดิจิทัลยกระดับอุตสาหกรรมสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality

“ไทย-ญี่ปุ่นไม่ใช่แค่คู่ค้า แต่คือพันธมิตรระยะยาว การผนึกกำลังครั้งนี้จะเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ด้วย AI และเทคโนโลยีขั้นสูง”

พร้อมกันนี้ เจโทร กรุงเทพฯ จัดตั้ง Sustainable Business Desk และจัดงาน Thailand-Japan Sustainable Business Forum 2026 เป็นเวทีเชื่อมรัฐ-เอกชน-สตาร์ทอัพไทย-ญี่ปุ่น แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน AI และ Deep Tech เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืน ควบคู่การเปิดพื้นที่ Startup Showcase สร้างโอกาสธุรกิจจริง

นอกจากนี้ ยังเปิดตัวสิ่งพิมพ์ “VOICE FROM THAILAND” รวบรวมมุมมองเชิงนโยบายและกลยุทธ์จากทุกภาคส่วน เพื่อเป็นกลไกเชื่อมความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น สู่การพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนในระยะยาว


ด้าน ศุธาศินี สมิตร รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ระบุในเวที Thailand-Japan Sustainable Business Forum 2026 ว่า อาเซียนกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการลงทุนโลก โดย FDI เติบโตแตะ 2.26 แสนล้านดอลลาร์ หรือ 15% ของโลก ขณะที่ไทยโดดเด่นในฐานะฮับภูมิภาค ด้วยโครงสร้างพื้นฐานและซัพพลายเชนแข็งแกร่ง ส่งผลให้ปี 2568 มียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงสุดในรอบ 10 ปี มูลค่า 1.8 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% และกว่า 70% เป็น FDI

ญี่ปุ่นยังเป็นนักลงทุนรายใหญ่อันดับ 2 ของไทย ด้วย 311 โครงการ มูลค่า 1.19 แสนล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพประเทศ โดยอุตสาหกรรมหลักยังคงเป็นดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์

ศุธาศินีชี้ว่า “ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือก แต่คือความได้เปรียบการแข่งขัน ไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางการลงทุนยุคใหม่ ด้วยนโยบาย BCG และโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก” ควบคู่มาตรการจูงใจด้านพลังงานสะอาด เทคโนโลยี และโครงการ Smart & Sustainable Industry เพื่อช่วยภาคธุรกิจลดคาร์บอนและเพิ่มประสิทธิภาพ โดย BOI ย้ำความพร้อมสนับสนุนนักลงทุนสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจโลก

ขณะเดียวกัน ไทยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเป็น 51% ภายในปี 2580 ผ่านกลไกไฟฟ้าสีเขียว และเร่งทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล หลัง 3 ปี มียอดลงทุนกลุ่มนี้กว่า 1 ล้านล้านบาท จากการเข้ามาของผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลก


ส่วนการขับเคลื่อนการลงทุนและความร่วมมือกับนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่นในเขตพื้นที่ EEC นั้น ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ระบุว่า EEC ร่วมมือกับ องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 และขยายสู่สตาร์ทอัพ-โมเดลธุรกิจใหม่ โดยมี BCG และ Green Transformation เป็นแกนหลัก

“EEC คือพื้นที่ยุทธศาสตร์ของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การลงทุนวันนี้ต้องตอบโจทย์พลังงานสะอาดและการจัดการคาร์บอน เพื่อแข่งขันในเวทีโลก”

ปัจจุบัน EEC เดินหน้าสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ เน้นเทคโนโลยีขั้นสูงและพลังงานสะอาด รองรับการเติบโตของ EV ดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI ซึ่ง “พลังงานสีเขียว” กลายเป็นปัจจัยชี้ขาดการลงทุน  ความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่นจึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดเทคโนโลยีสีเขียวและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว

ความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่นกำลังก้าวสู่ “เฟสใหม่” จากฐานการผลิต สู่ การเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีและความยั่งยืน โดยมี AI และพลังงานสีเขียวเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในอนาคต

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้