Last updated: 21 มี.ค. 2569 | 34 จำนวนผู้เข้าชม |
Acer เดินหน้าปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ในวาระครบรอบ 50 ปี ภายใต้แนวคิด “The Next Breaking Barriers” สู่การเป็นแบรนด์เทคโนโลยีดิจิทัลไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบ ขยายบทบาทจากผู้ผลิตพีซีสู่การพัฒนาโซลูชันที่เชื่อมโยงกับชีวิตผู้บริโภคในทุกมิติ ผ่าน 3 แกนธุรกิจหลัก ได้แก่ Commercial, Retail และ Home Appliance

นายเจฟ ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การ “ทลายขีดจำกัด” ในยุคปัจจุบัน คือการทำให้เทคโนโลยีผสานเข้ากับวิถีชีวิตอย่างไร้รอยต่อ พร้อมยกระดับ AI ให้เป็น “Trusted Companion” ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการใช้ชีวิต
“เราไม่ได้ต้องการเป็นเพียงแบรนด์ที่ผู้บริโภคเลือกใช้ แต่ต้องการเป็นแบรนด์ที่ผู้คนรู้สึกผูกพัน ผ่านเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่ายและใช้งานได้จริง”
Commercial จากผู้ขาย สู่พาร์ตเนอร์เทคโนโลยี
ด้านธุรกิจองค์กร เอเซอร์ปรับบทบาทสู่การเป็นพาร์ตเนอร์เต็มรูปแบบ ครอบคลุมภาคการศึกษา องค์กร และ SME โดยเน้นโซลูชันที่ช่วยลดข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจ

นางสาวณัฐฐนันท์ รัตนพรพิศ รองผู้อำนวยการฝ่าย Commercial Business Group ระบุว่า “เอเซอร์กำลังก้าวจากการเป็นผู้จำหน่ายอุปกรณ์ ไปสู่การเป็นพาร์ตเนอร์ที่เข้าใจอินไซต์ลูกค้าในแต่ละกลุ่มอย่างลึกซึ้ง เราพัฒนาโซลูชันที่ช่วยให้องค์กรทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดข้อจำกัดด้านเวลา สถานที่ และทรัพยากร”
พร้อมชี้ว่า เทคโนโลยี AI และการประมวลผลขั้นสูง จะเป็นกลไกสำคัญในการช่วยองค์กรไทยยกระดับขีดความสามารถและแข่งขันในยุคดิจิทัล
Retail สร้างแบรนด์ที่ “มีความหมาย” มากกว่าเทคโนโลยี
ในฝั่งผู้บริโภค เอเซอร์เดินหน้าปรับภาพลักษณ์จากแบรนด์ที่เน้นสเปกและประสิทธิภาพ สู่แบรนด์ที่สร้างความผูกพันระยะยาว ผ่านสินค้าและประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์

นายสุพงศ์ ตั้งตรงเบญจศีล ผู้อำนวยการฝ่าย Retail Business กล่าวว่า “เราต้องการให้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือที่ปลดล็อกศักยภาพของผู้ใช้จริง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานแบบ Hybrid, สายครีเอเตอร์ หรือเกมเมอร์ เอเซอร์จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความหลากหลายมากขึ้น” นอกจากนั้นยังเน้นว่า การทำให้ AI PC เข้าถึงได้ในวงกว้าง และการสร้าง Ecosystem ที่ครบวงจร จะเป็นหัวใจสำคัญในการขยายฐานผู้บริโภคในระยะต่อไป
Home Appliance ขยายสู่ชีวิตในบ้านเต็มรูปแบบ
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการรุกตลาด Home Appliance ภายใต้แบรนด์ Acerpure ซึ่งสะท้อนการต่อยอดเทคโนโลยีสู่การใช้ชีวิตในบ้าน ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องปรับอากาศอัจฉริยะ เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน ไปจนถึงระบบสมาร์ทโฮม เพื่อตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและสุขภาวะของผู้บริโภค

นายบุญพัทธ ชูบรรเจิด รองผู้อำนวยการ Acerpure Business Group กล่าวว่า “ทิศทางของเอเซอร์คือการทำให้เทคโนโลยีเข้าถึงง่ายและอยู่ในทุกจังหวะของชีวิต Acerpure จึงเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เราเข้าไปอยู่ในบ้านของผู้บริโภคอย่างแท้จริง”
โดยผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งความสะดวก สุขภาวะ และการประหยัดพลังงาน สอดรับกับเทรนด์สมาร์ทโฮมที่เติบโตต่อเนื่อง
มุมมอง “สินค้าไลฟ์สไตล์”

สิ่งที่น่าสนใจคือ เอเซอร์กำลัง “เปลี่ยนตัวเองจาก Tech Brand สู่ Lifestyle Brand” อย่างชัดเจน จากเดิมขาย “คอมพิวเตอร์”สู่ วันนี้ขาย “ประสบการณ์การใช้ชีวิต”
จาก “สเปกแรง” สู่ “ใช้ง่าย เข้าใจผู้ใช้” จาก “อุปกรณ์แยกชิ้น” สู่ “Ecosystem เชื่อมต่อทั้งบ้าน” โดยเฉพาะแบรนด์ Acerpure ที่เข้ามาสร้างสีสันในบ้าน เช่น แอร์อัจฉริยะ เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงานและSmart TV ทั้งหมดสะท้อนว่าเอเซอร์ไม่ได้แข่งแค่ในตลาดไอที แต่กำลังชนกับตลาด Smart Home และ Consumer Lifestyle เต็มตัว
จากความสำเร็จ สู่ทิศทางการเติบโตอย่างยั่งยืน
จากการเดินหน้าธุรกิจด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจนและการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เอเซอร์สามารถสร้างการเติบโตของรายได้และกำไรขั้นต้นได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมได้รับการยอมรับผ่านรางวัล Thailand’s Most Admired Brand และ Thailand’s Most Admired Company สะท้อนความเป็นผู้นำของเอเซอร์ในตลาดไอทีและพีซี ทั้งด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และความไว้วางใจจากผู้บริโภค

อีกปัจจัยที่ช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นของเอเซอร์ในตลาดไทย คือมาตรฐานด้านการบริการหลังการขายคุณภาพสูง ภายใต้แนวทาง Global Brand, Local Touch ของศูนย์บริการ HSNT ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญในการดำเนินธุรกิจ โดยปัจจุบันศูนย์บริการของเอเซอร์ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015 ครบทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ สะท้อนถึงคุณภาพและความสม่ำเสมอในการให้บริการที่เชื่อถือได้ พร้อมมุ่งสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า เพื่อเสริมรากฐานการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน
อีกด้านหนึ่ง เอเซอร์ยังดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด ESG (Environmental, Social and Governance) โดยผสานหลักความยั่งยืนเข้ากับทุกกระบวนการสำคัญ ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การดำเนินงาน ไปจนถึงการบริหารจัดการซัพพลายเชน พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุหมุนเวียน เพื่อให้การเติบโตของเทคโนโลยีดำเนินควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ในวาระครบรอบ 50 ปีของเอเซอร์ จึงไม่ได้เป็นเพียงหมุดหมายแห่งความสำเร็จในอดีต แต่คือการประกาศทิศทางใหม่ของแบรนด์อย่างชัดเจน ผ่านการต่อยอดจุดแข็งของธุรกิจพีซี สู่การพัฒนาโซลูชันสำหรับองค์กรและพอร์ตผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ภายใต้แนวคิด “The Next Breaking Barriers” ซึ่งสะท้อนการก้าวจากผู้นำเทคโนโลยี สู่การเป็นแบรนด์เทคโนโลยีดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่พร้อมเติบโตอย่างมั่นคง