Last updated: 24 ธ.ค. 2568 | 87 จำนวนผู้เข้าชม |
การเปิดตัว Mining 4.0 Index คือก้าวแรกของการสร้าง “มาตรฐานเทคโนโลยีเหมืองแร่ของไทย” ให้สามารถเทียบเคียงระดับสากล ดัชนีนี้ไม่เพียงช่วยผู้ประกอบการประเมินตนเอง แต่ยังเป็นฐานข้อมูลเชิงนโยบายให้ภาครัฐใช้กำหนดทิศทางการลงทุน เทคโนโลยี และการพัฒนาอุตสาหกรรมต้นน้ำของประเทศ

ความก้าวหน้าในครั้งนี้เกิดจาก กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) จับมือกับ สวทช. เปิดตัว “Mining 4.0 Index” อย่างเป็นทางการ ถือเป็นดัชนีชี้วัดความพร้อมด้านดิจิทัลของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ครั้งแรกของประเทศไทย ภายใต้เวทีสัมมนา “Transform mining, Define the future” ที่ผ่านมา
สาระสำคัญของ Mining 4.0 Index คือการเป็นเครื่องมือประเมินตัวเองของผู้ประกอบการ ว่าเหมืองของตนพร้อมแค่ไหนในโลกดิจิทัล ตั้งแต่ระบบข้อมูล เทคโนโลยีอัตโนมัติ AI ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการพัฒนาคน ซึ่งไม่ใช่แค่การ “ให้คะแนน” แต่เป็นการสะท้อนภาพจริง เพื่อวางแผนพัฒนาอย่างตรงจุด

“Mining 4.0 Index จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ภาครัฐเห็นภาพรวมของอุตสาหกรรม และนำไปต่อยอดเป็นมาตรการสนับสนุนและสิทธิประโยชน์ทางการลงทุน เพื่อขับเคลื่อนเหมืองแร่ไทยสู่ยุค 4.0 อย่างมั่นคงและรับผิดชอบต่อสังคม”

นายอานันท์ ฟักสังข์ รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) “อุตสาหกรรมเหมืองแร่ถือเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย เพราะเป็นต้นน้ำให้กับหลายอุตสาหกรรมหลัก หากเหมืองแร่สามารถพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะส่งผลเชิงบวกต่อห่วงโซ่เศรษฐกิจทั้งระบบ วันนี้เทคโนโลยีดิจิทัลไม่ได้เป็นทางเลือก แต่เป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ Mining 4.0 จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งเป็นทิศทางที่ประเทศไทยต้องก้าวให้ทัน”
“Mining 4.0 Index จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ภาครัฐเห็นภาพรวมของอุตสาหกรรม และนำไปต่อยอดเป็นมาตรการสนับสนุนและสิทธิประโยชน์ทางการลงทุน เพื่อขับเคลื่อนเหมืองแร่ไทยสู่ยุค 4.0 อย่างมั่นคงและรับผิดชอบต่อสังคม”
ขณะที่ สวทช. เสริมว่า การต่อยอดจาก Thailand i4.0 Index มาสู่ Mining 4.0 Index ทำให้ดัชนีนี้ “ออกแบบมาเพื่อเหมืองไทยโดยเฉพาะ” ครอบคลุมทั้งเหมืองแร่ โรงโม่ และโรงแต่งแร่

ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (สวทช.) กล่าวถึง “บทบาทของ สวทช. คือการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปเชื่อมโยงกับความต้องการที่แท้จริงของภาคอุตสาหกรรม การประเมินผ่าน Thailand i4.0 Index เปรียบเสมือนกระจกที่สะท้อนภาพองค์กรให้ผู้ประกอบการเห็นศักยภาพและจุดที่ควรพัฒนาอย่างชัดเจน จากผู้ประกอบการเหมืองแร่กว่า 50 รายที่เข้าร่วมประเมิน เราได้นำข้อมูลมาพัฒนาเป็น Mining 4.0 Index ซึ่งออกแบบมาเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ของไทย ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติ การจัดการข้อมูล สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาบุคลากร”
6 เหมืองต้นแบบที่ถูกคัดเลือกจึงทำหน้าที่เสมือน Sandbox ทางเทคโนโลยี ที่จะต่อยอดองค์ความรู้สู่ทั้งอุตสาหกรรมในอนาคต

การเปิดตัว 6 บริษัทเหมืองต้นแบบ ที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับคำปรึกษาเชิงลึกด้านเทคโนโลยี ได้แก่

บริษัท สิรินิธิ จำกัด, บริษัท ครีเอทีฟ มิเนอรัล จำกัด, บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน), บริษัท ช.นิยม จำกัด, บริษัท เหมืองแร่ลิวง จำกัด และบริษัท พิพัฒน์กร จำกัด ทั้ง 6 แห่งได้ลงมือวาง Technology Roadmap จริง วิเคราะห์จริง ลงพื้นที่จริง เพื่อยกระดับการผลิตให้ทันสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรกับชุมชนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายสำคัญไม่ใช่แค่การประเมินระดับความพร้อม แต่คือการช่วยผู้ประกอบการวางแผนพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับการผลิตจริง เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่เหมืองยุคดิจิทัลเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม