Last updated: 8 ส.ค. 2569 | 35 จำนวนผู้เข้าชม |
ท่ามกลางทิศทางการท่องเที่ยวไทยที่กำลังเปลี่ยนจากการมุ่ง “ปริมาณ” สู่การสร้าง “คุณค่า” ตามแนวทาง Value over Volume การยกระดับสินค้า บริการ และประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของผู้ประกอบการทั้งระบบ ตั้งแต่ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ค้าปลีก ไปจนถึงภาคเกษตรและอาหาร
อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย จึงเดินหน้าสร้างเวทีธุรกิจที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรมเหล่านี้เข้าด้วยกัน ผ่านการจัดงาน Food & Hospitality Thailand 2026 (FHT) ระหว่างวันที่ 19-22 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมผนึก 3 งานสำคัญ ได้แก่ Hotel & Shop Plus Thailand, HOTELEX Thailand และ Agri Plus Expo 2026 ภายใต้แนวคิด “All Sectors, One Destination” หวังสร้างโอกาสทางธุรกิจและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการไทย

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป - ประเทศไทย อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ กล่าวว่า ทิศทางการท่องเที่ยวไทยกำลังให้ความสำคัญกับการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพและการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวคิด “Healing is the New Luxury” ซึ่งครอบคลุมทั้งอีเวนต์ระดับโลก การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและ Longevity การท่องเที่ยวเชิงอาหาร และการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟู โดยตั้งเป้าปี 2569 ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ 33 ล้านคน และสร้างรายได้ 1.5–1.55 ล้านล้านบาท
การเปลี่ยนทิศทางดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวตาม ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่ม การนำเทคโนโลยีมาใช้ การสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง หรือการยกระดับมาตรฐานการให้บริการ ซึ่ง FHT 2026 ถูกวางให้เป็นพื้นที่กลางในการเชื่อมโยงผู้เล่นในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน
ภายในงานจะรวบรวมสินค้า วัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์พรีเมียม รวมถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากกว่า 3,000 แบรนด์ จากกว่า 20 ประเทศ ครอบคลุม 8 โซนสินค้า พร้อมกิจกรรมสัมมนา เวิร์กช็อป การแข่งขัน และการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำเทรนด์และองค์ความรู้ไปต่อยอดธุรกิจได้จริง
ความน่าสนใจของปีนี้อยู่ที่การรวม 4 งานไว้ในเวทีเดียว ทำให้ FHT ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงธุรกิจอาหารและโรงแรม แต่ขยายไปถึงต้นน้ำด้านเกษตร เทคโนโลยี ค้าปลีก และบริการ
เริ่มจาก Hotel & Shop Plus Thailand ที่นำเสนอสินค้า ผลิตภัณฑ์ และโซลูชันสำหรับธุรกิจโรงแรมและพื้นที่เชิงพาณิชย์ ครอบคลุมสิ่งอำนวยความสะดวก สปา สิ่งทอ การทำความสะอาด ตลอดจนการออกแบบและตกแต่ง
ขณะที่ HOTELEX Thailand เจาะลึกธุรกิจโรงแรมและการจัดเลี้ยง นำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีด้านอาหารและเครื่องดื่ม อุปกรณ์ครัว บรรจุภัณฑ์ และอุปกรณ์บริการ พร้อมเพิ่มโซนธุรกิจแฟรนไชส์ ทั้งหม้อไฟ เบเกอรี่ ชา และขนมหวาน
ส่วน Agri Plus Expo ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศร่วมจัดเป็นครั้งแรก จะเข้ามาเติมเต็มห่วงโซ่ด้วยการเชื่อมสินค้าเกษตร นวัตกรรมอาหาร และผู้ประกอบการ SMEs เข้ากับผู้ซื้อและตลาด สะท้อนการเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของอุตสาหกรรม
คาดว่าการจัดงานครั้งนี้จะดึงดูดผู้ประกอบการและผู้สนใจจากไทยและภูมิภาคมากกว่า 30,000 คน พร้อมเปิดพื้นที่ให้เกิดทั้งการเจรจาธุรกิจ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการค้นหาเทคโนโลยีใหม่สำหรับนำไปพัฒนาธุรกิจ
โรงแรมเร่งยกระดับมาตรฐาน เติม “อัตลักษณ์ไทย” สร้างความแตกต่าง

ด้านนายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า การท่องเที่ยวยังคงเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักของประเทศ แต่การรักษาความสามารถในการแข่งขันจำเป็นต้องมองมากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว โดยผู้ประกอบการโรงแรมต้องยกระดับมาตรฐาน พร้อมนำอัตลักษณ์ไทยเข้าไปอยู่ในทุกมิติ ตั้งแต่การออกแบบตกแต่งไปจนถึงการบริการ
ภายในงานสมาคมโรงแรมไทยเตรียมจัด AHRA Seminar 2026 เชื่อมผู้นำสมาคมโรงแรมจากไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม แลกเปลี่ยนทิศทางอุตสาหกรรมบริการเอเชีย ในหัวข้อ “Hospitality Industry Direction: Where Asian Hospitality is Going and How We Get There” รวมถึงเวที “NEXT GEN HOSPITALITY: How Hotels Can Prepare for Tomorrow's Guests” ที่เปิดมุมมองจากคนรุ่นใหม่ในธุรกิจโรงแรม
“ข้าวแกงไทย” สู่ Soft Power อาหารและการท่องเที่ยว

สำหรับธุรกิจร้านอาหาร นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า ร้านอาหารเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการท่องเที่ยวไทย โดยสมาคมฯ ร่วมกับภาครัฐผลักดัน “โครงการเส้นทางข้าวแกงเพื่อการท่องเที่ยว” เพื่อยกระดับอาหารไทยผ่านมาตรฐานความปลอดภัย คุณค่าด้านสุขภาพ และความหลากหลายของเมนู พร้อมผลักดัน “ข้าวแกงไทย” สู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก
ภายใน FHT 2026 จึงเตรียมจัดเวที “เส้นทางข้าวแกงเพื่อการท่องเที่ยว” และ “อนาคตข้าวแกงไทยในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว” เพื่อให้ผู้ประกอบการมองเห็นโอกาสในการต่อยอดอาหารไทยให้เป็นทั้งธุรกิจและประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว
ค้าปลีกเร่งใช้ AI–Data พลิกเกม Food Retail

ขณะที่นายณัฐ วงศ์พานิช นายกสมาคมผู้ค้าปลีกไทย มองว่าโลกของ Food Retail กำลังเปลี่ยนเร็ว ผู้บริโภคไม่ได้มองเพียงเรื่องราคา แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความสะดวก ความปลอดภัย และความยั่งยืนมากขึ้น
ผู้ประกอบการจึงต้องนำ AI, Data Analytics, Smart Supply Chain, นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์, Omnichannel Payment และ ESG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ โดยสมาคมฯ เตรียมจัดเวที “Next-Gen Retail Masterclass 2026” ถ่ายทอดแนวคิดด้าน AI, Space Management และ Merchandising ผ่านผู้เชี่ยวชาญจากธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ อาทิ เซ็นทรัล สยามพิวรรธน์ เดอะมอลล์ กรุ๊ป และซีพี แอ็กตรา
ภาพรวมของ FHT 2026 จึงสะท้อนมากกว่าการเป็นงานแสดงสินค้า แต่เป็นการสร้าง Ecosystem ที่เชื่อมตั้งแต่เกษตร อาหาร โรงแรม ร้านอาหาร ค้าปลีก ไปจนถึงเทคโนโลยีและบริการ ให้ผู้ประกอบการได้พบคู่ค้า อัปเดตเทรนด์ และค้นหาโอกาสใหม่ในเวทีเดียว
ทั้งหมดสอดรับกับโจทย์ใหญ่ของท่องเที่ยวไทยในวันนี้ที่กำลังเปลี่ยนจาก “การเพิ่มจำนวน” ไปสู่ “การเพิ่มคุณค่า” และทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยว อาหาร และบริการต้องเติบโตไปพร้อมกันอย่างเป็นระบบ
Food & Hospitality Thailand 2026 จัดขึ้นวันที่ 19-22 สิงหาคม 2569 ณ ชั้น G ฮอลล์ 1-4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและลงทะเบียนเข้าชมงานได้ที่ www.fhtevent.com และ Facebook: Food & Hospitality Thailand