Last updated: 21 ก.ค. 2569 | 75 จำนวนผู้เข้าชม |
บำรุงราษฎร์ยกระดับศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ ชูแนวคิด "Ready for Every Move, Naturally" ดูแลครบวงจรตั้งแต่ป้องกัน ฟื้นฟู จนกลับสู่สนามอย่างมั่นใจ

ทุกวันนี้ "การออกกำลังกาย" ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อสุขภาพ แต่กลายเป็นไลฟ์สไตล์ของผู้คนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งมาราธอน ตีกอล์ฟ เล่นเทนนิส ปั่นจักรยาน หรือการแข่งขันอย่าง HYROX ที่กำลังได้รับความนิยม แต่เมื่อร่างกายถูกใช้งานหนักขึ้น ความเสี่ยงของการบาดเจ็บก็เพิ่มขึ้นตาม หลายคนจึงเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของร่างกาย ไม่ใช่เพียงการฝึกซ้อมให้หนักกว่าเดิม

จากเทรนด์ Active Lifestyle ที่เติบโตต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จึงเปิดตัวแนวคิด "Ready for Every Move, Naturally" พร้อมยกระดับ ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ (Bumrungrad Sports Medicine & Joint Center) ภายใต้แนวคิด "Move Better, Play Stronger, Live Fuller" เพื่อดูแลผู้รักการออกกำลังกายแบบองค์รวม ตั้งแต่การประเมินความพร้อมของร่างกาย การป้องกันการบาดเจ็บ การรักษา ไปจนถึงการฟื้นฟูและเสริมสร้างสมรรถภาพเฉพาะบุคคล

ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ปัจจุบันการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับนักกีฬาอาชีพอีกต่อไป แต่เกิดขึ้นได้กับทุกคนที่มี Active Lifestyle โดยข้อมูลจาก Johns Hopkins Medicine ระบุว่า ในแต่ละปีมีผู้บาดเจ็บจากการเล่นกีฬามากกว่า 3.5 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีอุบัติการณ์การบาดเจ็บเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 18% ต่อปี
"เมื่อผู้คนหันมาออกกำลังกายอย่างจริงจังมากขึ้น โรงพยาบาลจึงยกระดับการดูแลด้านเวชศาสตร์การกีฬา ผสานทีมแพทย์สหสาขาและเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อให้ทุกคนสามารถเคลื่อนไหว เล่นกีฬา และใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน" ดร.อาทิรัตน์ กล่าว
ความเชี่ยวชาญดังกล่าวสะท้อนผ่านการได้รับการจัดอันดับจาก Newsweek ให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์กระดูกและข้อที่ดีที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และครองอันดับ 1 ของประเทศไทย รวมถึงได้รับการยกย่องด้านการผ่าตัดเข่า สะโพก และไหล่ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

นพ.วิชาญ กาญจนถวัลย์ หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ กล่าวว่า การบาดเจ็บจากการออกกำลังกายส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ แต่เกิดจากการใช้งานร่างกายซ้ำ ๆ ความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ หรือการเคลื่อนไหวที่ไม่ถูกต้อง
"เราไม่ได้มุ่งเพียงรักษาอาการปวด แต่ต้องค้นหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์และลดโอกาสการบาดเจ็บซ้ำ" นพ.วิชาญ กล่าว พร้อมอธิบายว่า แนวคิด Joint Preservation หรือการถนอมข้อ เป็นการยืดอายุการใช้งานของข้อธรรมชาติให้นานที่สุด ผ่านการฟื้นฟู การเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และการรักษาเฉพาะทางเมื่อจำเป็น

ด้าน นพ.ปรัชญา จรัสจิตวิไล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ กล่าวว่า การไม่มีอาการปวด ไม่ได้หมายความว่าร่างกายพร้อมกลับไปเล่นกีฬา โดยศูนย์นำ Functional Movement Screen (FMS) มาใช้ประเมินรูปแบบการเคลื่อนไหว และวางแผน Return to Play เพื่อให้ผู้ป่วยกลับไปออกกำลังกายได้อย่างมั่นใจและลดความเสี่ยงการบาดเจ็บซ้ำ

อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสำคัญคือ Cardiac Readiness หรือการประเมินความพร้อมของหัวใจก่อนออกกำลังกายหนัก นพ.วิสิทธิ์ ชั้นประเสริฐภิญโญ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจ กล่าวว่า ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันระหว่างออกกำลังกาย หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยลดความเสี่ยงและวางแผนการออกกำลังกายได้อย่างเหมาะสม
ผู้ที่เริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจัง กลับมาออกกำลังกายหลังหยุดไปนาน ผู้ที่เตรียมลงแข่งขัน รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ ควรประเมิน Cardiac Readiness ก่อนเพิ่มความหนักของการออกกำลังกาย ขณะเดียวกัน หากมีอาการปวดข้อหรือกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ เหนื่อยง่าย ฟื้นตัวช้า หรือมีอาการแน่นหน้าอก ใจสั่น เวียนศีรษะ และเป็นลมระหว่างออกกำลังกาย ไม่ควรฝืนออกกำลังกาย เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายยังไม่พร้อมและควรปรึกษาแพทย์
นอกจากนี้ การตรวจ VO₂ Max ยังช่วยให้แพทย์ออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ทั้งด้านความหนัก ความถี่ และระยะเวลา เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัย

พญ.สุวรรณา สุวรรณพงษ์ Program Director ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ กล่าวว่า การพัฒนาสมรรถภาพร่างกายไม่ได้ขึ้นอยู่กับการฝึกซ้อมเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับระดับวิตามิน แร่ธาตุ ฮอร์โมน และภาวะโภชนาการ ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อจึงทำงานร่วมกับ VitalLife Scientific Wellness Center เพื่อวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึกและออกแบบโปรแกรมดูแลเฉพาะบุคคล
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก The Lancet (2025) ระบุว่า ประเทศไทยมีอัตราการสูญเสียจำนวนปีของสุขภาพที่ดี (DALYs) จากการบาดเจ็บสูงที่สุดในอาเซียน สะท้อนว่าการประเมินความพร้อมของร่างกายและการป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ต้น มีความคุ้มค่ามากกว่าการรักษาเมื่อเกิดการบาดเจ็บรุนแรง
"เป้าหมายของเราคือการช่วยให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาอาชีพหรือผู้ที่รักการออกกำลังกาย เข้าใจร่างกายของตนเอง และสามารถกลับไปเคลื่อนไหว เล่นกีฬา และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และยั่งยืน" ดร.อาทิรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย