ศุภาภรณ์ ดีรัศมี นักปรุงกลิ่น ผู้รังสรรค์เสน่ห์สมุนไพรไทยสู่ศิลปะแห่งกลิ่นร่วมสมัย

Last updated: 18 ต.ค. 2569  |  110 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ศุภาภรณ์ ดีรัศมี  นักปรุงกลิ่น ผู้รังสรรค์เสน่ห์สมุนไพรไทยสู่ศิลปะแห่งกลิ่นร่วมสมัย

จากความตั้งใจที่จะยกระดับภูมิปัญญาสมุนไพรไทยให้ก้าวข้ามภาพจำเดิม ๆ สู่ผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางการสร้างสรรค์ศิลปะแห่งกลิ่นของ คุณศุภาภรณ์  ดีรัศมี (คุณหญิง) ผู้นำคุณค่าของสมุนไพรไทยมาผสานเข้ากับศาสตร์แห่งกลิ่นหอม ภายใต้แนวคิด “Modern Thai” เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของความเป็นไทยผ่านผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน

แนวคิดดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่มีจุดเริ่มต้นจากประสบการณ์ตรงในชีวิต เมื่อครั้งที่คุณหญิงประสบอุบัติเหตุตกบันไดจนกระดูกก้นกบหัก ต้องเข้ารับการรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ ก่อนจะค้นพบว่าการนวดไทยช่วยบรรเทาอาการและทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน


อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์จากการนวดและการใช้ลูกประคบสมุนไพรกลับทำให้เธอพบข้อจำกัดสำคัญของสมุนไพรไทยแบบดั้งเดิม นั่นคือกลิ่นที่ค่อนข้างฉุนและติดตัวจนคนรอบข้างสังเกตได้ เธอเล่าว่า หลังกลับจากร้านนวด ลูก ๆ มักทักว่า “คุณแม่หิ้วลูกประคบมาอีกแล้ว เหม็นมาก” คำพูดดังกล่าวทำให้เธอเริ่มคิดถึงวิธีที่จะรักษาคุณค่าของสมุนไพรไทยไว้ ขณะเดียวกันก็ปรับรูปแบบและกลิ่นให้เหมาะกับการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น

จากปัญหาใกล้ตัวจึงกลายเป็นแรงบันดาลใจ

ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อโรมา โดยนำสมุนไพรไทยมาผสมผสานกับน้ำมันหอมระเหย หรือ Essential Oil เพื่อสร้างกลิ่นที่นุ่มนวล สดชื่น และเป็นมิตรกับผู้ใช้มากขึ้น พร้อมปรับทั้งรูปลักษณ์ บรรจุภัณฑ์ และเนื้อสัมผัสให้มีความทันสมัย โดยยังคงให้ความสำคัญกับคุณค่าของภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

“Modern Thai” จึงไม่เป็นเพียงการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสมุนไพร แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่อาจรู้สึกว่าสมุนไพรไทยมีกลิ่นแรง ดูโบราณ หรือไม่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน การนำศาสตร์แห่งกลิ่นมาประยุกต์ใช้จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ให้สมุนไพรไทยให้มีความร่วมสมัยและเข้าถึงได้มากขึ้น


เบื้องหลังบทบาทนักสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์  คุณหญิงยังมีประสบการณ์ด้านการศึกษา โดยเป็นผู้ก่อตั้งสถาบันกวดวิชา “Get Mat Center” ในจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเปิดดำเนินการมาเกือบ 20 ปี มีนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาล 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 รวมกว่า 200 คน อีกทั้งยังเคยทำหน้าที่อาจารย์พิเศษในมหาวิทยาลัยเป็นเวลาประมาณ 5 ปี

ความสนใจด้านการพัฒนาเด็กและครอบครัวทำให้เธอศึกษาต่อในหลักสูตรด้านจิตวิทยาการปรึกษา (Counselling Psychology) เพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจในการให้คำปรึกษาและรับมือกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เช่น ปัญหาสมาธิสั้น การเก็บตัว การขาดความเชื่อมั่น และพฤติกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากความรุนแรง

คุณหญิงมองว่า ครอบครัวคือรากฐานสำคัญที่หล่อหลอมพัฒนาการของเด็ก ขณะที่พ่อแม่ต้องเผชิญกับความเครียดและความเหน็ดเหนื่อยในชีวิตประจำวัน เธอจึงมองว่าผลิตภัณฑ์อโรมาสมุนไพรอาจเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการสร้างช่วงเวลาผ่อนคลาย เติมความสดชื่น และช่วยให้ผู้ใช้กลับมามีพลังในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะพ่อแม่ที่ต้องดูแลลูกและรับผิดชอบหลายบทบาทพร้อมกัน

จากแนวคิดดังกล่าว ผลิตภัณฑ์แรกที่พัฒนาขึ้นคือยาดมและพิมเสนน้ำในรูปแบบร่วมสมัย โดยนำสมุนไพรไทยมาผสานกับน้ำมันหอมระเหยผ่านแนวคิด Aromachology หรือ สุคนธจิตศาสตร์ ซึ่งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกลิ่นกับอารมณ์ ความรู้สึก พฤติกรรม และการทำงานของสมองมนุษย์   เพื่อออกแบบประสบการณ์กลิ่นให้เหมาะกับความต้องการของผู้บริโภค

ผลิตภัณฑ์แรกของแบรนด์คือยาดมและพิมเสนน้ำรูปแบบร่วมสมัย ซึ่งผสานสมุนไพรไทยกับ Essential Oil เพื่อสร้างกลิ่นที่นุ่มนวลและทันสมัย หนึ่งในกลิ่นที่โดดเด่นคือดอกพุดเบลนด์กับมะกรูดไทย ให้ความรู้สึกสดชื่นและนุมนวล แตกต่างจากภาพจำของยาดมสมุนไพรแบบเดิม พร้อมผลักดันให้กลิ่นดอกพุดเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของผลิตภัณฑ์

แม้ธุรกิจจะดำเนินมาไม่ถึงหนึ่งปี แต่ผลิตภัณฑ์ทั้ง 5 รายการได้รับการคัดเลือกเป็นสินค้าพรีเมียมของประเทศไทย และวางจำหน่ายที่ไอคอนสยาม (ICONSIAM) ขณะเดียวกันยังเริ่มทดลองขยายตลาดสู่ประเทศซาอุดีอาระเบียผ่านงาน BOHSI สะท้อนความตั้งใจที่จะต่อยอดผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยโดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้ออกสู่ตลาดต่างประเทศ

นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการขยายช่องทางจำหน่าย คุณหญิงยังศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก โดยทำวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้สมุนไพรของคนยุคใหม่ เพื่อทำความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค และนำข้อมูลมาพัฒนาหาแนวทางใหม่ ๆ ที่จะทำให้สมุนไพรไทยเข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้น การต่อยอดองค์ความรู้ผ่านงานวิจัยจึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับพฤติกรรมและวิถีชีวิตร่วมสมัย

ถ่ายทอดเรื่องราวธรรมชาติไทยผ่านน้ำหอม 3 กลิ่น


อีกหนึ่งผลงานที่สะท้อนการนำศิลปะแห่งกลิ่นมาถ่ายทอดเรื่องราวของธรรมชาติและความทรงจำ คือโครงการปรุงน้ำหอมจำนวน 3 กลิ่น เพื่อถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชกรณียกิจและการเสด็จพระราชดำเนินตรวจสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้รวม 9 ครั้ง


น้ำหอมทั้ง 3 กลิ่นได้รับการออกแบบให้ถ่ายทอดบรรยากาศและเอกลักษณ์ของสถานที่ผ่านองค์ประกอบทางกลิ่นที่แตกต่างกัน ได้แก่ Misty (มิสตี้) ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากสายหมอกและน้ำตกแม่สา ถ่ายทอดความรู้สึกสดชื่นและสงบของธรรมชาติ Golden Bloom (โกลเด้น บลูม) ได้แรงบันดาลใจจากเรือนกล้วยไม้ไทย โดยนำดอกคำมอกหลวงมาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์กลิ่น และ Afterglow (อาฟเตอร์โกลว์) ซึ่งถ่ายทอดบรรยากาศของลานสนยามเย็นในบริเวณที่เคยเสด็จพระราชดำเนินประทับ   ผลงานน้ำหอมทั้งสามกลิ่นที่ได้ถวายเรียบร้อยแล้ว นับเป็นอีกประสบการณ์สำคัญของการนำธรรมชาติ ความทรงจำ และความประณีตของการปรุงกลิ่นมาร้อยเรียงเป็นผลงานที่มีความหมาย มากกว่าการสร้างสรรค์น้ำหอมเพื่อให้เกิดความหอมเพียงอย่างเดียว


ล่าสุด แนวทางการขยายตลาดของแบรนด์ยังมุ่งใช้กลยุทธ์ “ป่าล้อมเมือง” โดยเริ่มต้นจากฐานธุรกิจในจังหวัดพิษณุโลก ก่อนขยายเครือข่ายเข้าสู่ตลาดเมืองหลวง มีความคืบหน้าในการเซ็นสัญญาวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในร้านจิฟฟี่ (Jiffy) ของ ปตท. จำนวน 30 สาขาในพื้นที่เมืองหลวง และช่องทางอื่น ๆ อีก 10 สาขา พร้อมชูผลิตภัณฑ์กลิ่นดอกพุดเป็นสินค้าซิกเนเจอร์ที่สะท้อนความหอมแบบไทยในมุมมองใหม่

เส้นทางของคุณหญิง จึงเป็นเรื่องราวของการนำประสบการณ์ชีวิต ความรู้ด้านการศึกษา ความสนใจในจิตวิทยา และความหลงใหลในศาสตร์แห่งกลิ่น มาผสานเป็นแนวคิดการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยร่วมสมัย เป้าหมายไม่ใช่เพียงการทำให้สมุนไพรไทยมีกลิ่นหอมขึ้นหรือมีรูปลักษณ์ทันสมัยขึ้นเท่านั้น แต่คือการทำให้ผู้คนกลับมาเปิดใจรับรู้คุณค่าของสมุนไพรไทยในรูปแบบที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวัน   จากภูมิปัญญาที่สืบทอดมายาวนาน สู่ศิลปะแห่งกลิ่นที่มีเรื่องราวและอัตลักษณ์เฉพาะตัว นี่คือความพยายามในการรังสรรค์เสน่ห์ของสมุนไพรไทยให้ร่วมสมัย พร้อมต่อยอดองค์ความรู้และธรรมชาติของไทยไปสู่โอกาสใหม่ ๆ ในตลาดระดับสากล

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้