Last updated: 9 ส.ค. 2569 | 63 จำนวนผู้เข้าชม |
เคยคิดไหมว่า...ถ้าไม่มีอาการ ก็คงไม่เป็นอะไร?
นี่อาจเป็นความคิดธรรมดาที่ทำให้หลายคนมองข้าม “HPV” หรือเชื้อไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมา ทั้งที่เชื้อชนิดนี้สามารถเข้าสู่ร่างกายโดยไม่แสดงอาการ และในบางรายอาจแฝงตัวอยู่นานหลายปี ก่อนนำไปสู่ความผิดปกติของเซลล์และพัฒนาเป็นมะเร็งในเวลาต่อมา
ที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้น คือ HPV ไม่ได้เป็นเรื่องของผู้หญิงเพียงอย่างเดียว และไม่ใช่เรื่องไกลตัวของคนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเท่านั้น เพราะทั้งผู้หญิงและผู้ชายมีโอกาสติดเชื้อ HPV ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าเรารู้จัก HPV หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า “เรารู้จริงแค่ไหน และป้องกันตัวเองแล้วหรือยัง”
ข้อมูล GLOBOCAN 2022 สะท้อนให้เห็นถึงภาระของโรคในประเทศไทย โดยมะเร็งปากมดลูกยังเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบมากในผู้หญิงไทย มีผู้ป่วยรายใหม่และผู้เสียชีวิตจำนวนมากในแต่ละปี ขณะที่ HPV ยังเกี่ยวข้องกับมะเร็งอีกหลายชนิด ทั้งมะเร็งศีรษะและคอ มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องคลอด และมะเร็งปากช่องคลอด รวมถึงหูดหงอนไก่
แต่สิ่งที่ทำให้ HPV กลายเป็น “ภัยเงียบ” ไม่ใช่เพียงตัวเชื้อ หากยังรวมถึง ความอาย ความเข้าใจผิด และการคิดว่า “คงไม่เกิดกับเรา”

สถานเสาวภา สภากาชาดไทย จึงร่วมกับกรุงเทพมหานคร เปิดตัวแคมเปญ “HPV ไม่เป็นไร...ไม่ได้” พร้อมกิจกรรม “เต้นให้ฟิต หยุดคิดว่า HPV ไม่เป็นไร” ณ สวนลุมพินี เพื่อเปลี่ยนเรื่องที่หลายคนไม่กล้าพูดให้กลายเป็นเรื่องที่สังคมกล้ารับรู้และลงมือป้องกัน

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการสถานเสาวภา สภากาชาดไทย กล่าวว่า "สถานเสาวภา สภากาชาดไทยมีพันธกิจสำคัญในการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของประชาชน วันนี้เราต้องยอมรับว่า สังคมไทยส่วนใหญ่ยังตกอยู่ในภาวะ 'รู้จัก แต่ไม่รู้จริง' เกี่ยวกับเชื้อ HPV หลายคนเห็นประเด็นนี้เป็นเรื่องไกลตัว ทั้งที่ในความเป็นจริง ทุกนาทีทั่วโลกมีคนตรวจพบว่าติดเชื้อ HPV ซึ่งนำไปสู่มะเร็งบางชนิด โดยทั้งชายและหญิง มีโอกาสได้รับเชื้อ HPV ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต และเชื้อสามารถอยู่ในร่างกายโดยไม่แสดงอาการนั่นหมายความว่า การไม่มีอาการไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง สถานเสาวภา สภากาชาดไทยจึงต้องการรณรงค์ให้คนไทยเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง เห็นความสำคัญของการป้องกันโรค การตรวจคัดกรอง และการฉีดวัคซีน เพื่อปกป้องคนไทยทุกเพศทุกวัยอย่างครอบคลุม”

นอกจากนี้ เพื่อให้ข้อมูลทางการแพทย์ในเชิงลึก พญ.สุดา พันธุ์รินทร์ หัวหน้าฝ่ายบริการและวิจัยคลินิก สถานเสาวภา สภากาชาดไทย ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “HPV ติดต่อได้ง่ายกว่าที่หลายคนคิด แม้เคยมีเพศสัมพันธ์เพียงครั้งเดียวก็มีโอกาสติดเชื้อได้ ผ่านการสัมผัสผิวหนังต่อผิวหนังระหว่างกิจกรรมทางเพศ รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ด้วยการใช้ปาก แม้การใช้ถุงยางอนามัยจะช่วยลดความเสี่ยงได้แต่ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ทั้งหมด
ขณะเดียวกัน ความเชื่อที่ว่าสามารถติดเชื้อจากการใช้ห้องน้ำสาธารณะนั้น แทบไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ เพราะเชื้อแพร่ผ่านการสัมผัสโดยตรงเป็นหลัก” สิ่งที่น่ากังวลคือ ปัจจุบันยังไม่มียาที่กำจัดเชื้อ HPV ได้โดยตรง ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ ‘การป้องกันก่อนเกิดโรค’
“แล้วเราจะป้องกันได้อย่างไร?”

เพราะปัจจุบันยังไม่มียาที่กำจัดเชื้อ HPV ได้โดยตรง การป้องกันก่อนเกิดโรคจึงมีความสำคัญอย่างมาก โดยมี 3 แนวทางหลัก คือ ลดพฤติกรรมเสี่ยง ใช้ถุงยางอนามัย และฉีดวัคซีน HPV ปัจจุบันป้องกันได้ถึง 5 ได้แก่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องปากและลำคอ มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด รวมถึงหูดหงอนไก่ วัคซีน HPV สามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี ทั้งเด็กชายและเด็กหญิง ขณะที่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเป็นอีกเครื่องมือสำคัญที่ช่วยค้นหาความผิดปกติก่อนโรคพัฒนาไปสู่ระยะรุนแรง
บางครั้ง “ประสบการณ์จริง” อาจทำให้เราเข้าใจคำว่าไม่เป็นไร...

เอมี่ กลิ่นประทุม นักแสดงที่ร่วมรณรงค์ครั้งนี้ เปิดเผยประสบการณ์ของตัวเองว่า ในช่วงเริ่มต้นเข้าวงการ เธอไม่เคยคิดว่า HPV จะเกิดขึ้นกับตัวเอง จนกระทั่งตรวจพบเซลล์ผิดปกติที่อาจพัฒนาเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ ความกลัว ความกังวล และความอาย ทำให้เธอต้องติดตามอาการเป็นเวลานานถึง 7 ปี ก่อนตัดสินใจรักษาด้วยการผ่าตัดเนื้อเยื่อที่ผิดปกติออก ประสบการณ์ดังกล่าวกลายเป็นบทเรียนสำคัญว่า HPV ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และการตรวจพบความผิดปกติเร็วอาจเปลี่ยนเส้นทางของชีวิตได้ จากเรื่องที่ไม่กล้าพูด จึงกลายเป็นเรื่องที่ควรพูดให้มากขึ้น ,จากเรื่องที่คิดว่า “ไม่เป็นไร” จึงควรเปลี่ยนเป็น “รู้ก่อน ป้องกันก่อน ตรวจพบก่อน” เพราะ HPV อาจไม่ส่งสัญญาณเตือนในวันที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย และเราอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความเสี่ยงเกิดขึ้นเมื่อไร แต่สิ่งที่เราทำได้วันนี้ คือไม่ปล่อยให้ความไม่รู้ ความอาย หรือความชะล่าใจ กลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องเผชิญกับโรคร้ายในวันข้างหน้า
HPV ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และการป้องกันไม่ควรรอให้มีอาการ การที่เรา “ไม่มีอาการ ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง”

ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างสถานเสาวภา สภากาชาดไทย และกรุงเทพมหานคร รวมถึงภาคีเครือข่ายในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนงานสาธารณสุขเชิงป้องกัน เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ส่งเสริมการป้องกันโรคจากเชื้อ HPV และลดภาระของโรคในสังคมไทย อันจะนำไปสู่สุขภาวะที่ยั่งยืนของประชาชนในระยะยาว
โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มอบสิทธิบัตรทองให้สตรีไทยอายุ 30–59 ปี และอายุ 15–29 ปีที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง สามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA Test ฟรี 1 ครั้ง ทุกๆ 5 ปี โดยสามารถตรวจสอบสิทธิ์และจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ในเมนู "กระเป๋าสุขภาพ” หรือ “Health Wallet"
นอกจากนี้ สามารถตรวจสอบสิทธิ์และค้นหาสถานพยาบาลที่ให้บริการได้ที่ www.hpvknownow.com รับชมวิดีโอสาธิตขั้นตอนการตรวจ HPV Self-Sampling ได้ทาง YouTube ที่ https://www.youtube.com/watch?v=Lm7AJw_X1qQ และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อ HPV รวมถึงแนวทางการป้องกันเพิ่มเติมที่ www.hpvth.com