Last updated: 17 พ.ค. 2569 | 25 จำนวนผู้เข้าชม |
โครงการ อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ (ARAYA – The Eastern Gateway) เดินหน้ายกระดับสู่ต้นแบบเมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Smart Industrial Estate) รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งกลุ่ม Hyperscale Data Center, AI, Cloud, Semiconductor และ Advanced Manufacturing ล่าสุดจับมือ “AIS Business” เสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) วางระบบสื่อสารและแพลตฟอร์มอัจฉริยะครบวงจร รองรับการดำเนินธุรกิจระดับ Mission-critical และการลงทุนขนาดใหญ่จากทั่วโลก
นางสาวกมลกาญจน์ คงคาทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด กล่าวว่า ทิศทางการลงทุนโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และพลังงานสะอาด ส่งผลให้อุตสาหกรรมใหม่อย่าง Data Center, AI, Semiconductor และ Advanced Manufacturing ต้องการพื้นที่ที่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานระดับสูง ทั้งด้านพลังงาน ระบบดิจิทัล และสาธารณูปโภคที่มีเสถียรภาพ
“ความร่วมมือกับ AIS Business ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของโครงการ เพื่อรองรับนักลงทุนได้หลากหลาย ตั้งแต่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ไปจนถึงอุตสาหกรรมขั้นสูงที่ต้องการระบบเชื่อมต่อและความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานในระดับสูง” นางสาวกมลกาญจน์กล่าว

ด้านนายภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า ปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงระบบสนับสนุนอีกต่อไป แต่กลายเป็น “หัวใจสำคัญของการลงทุน” โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ต้องอาศัยการเชื่อมต่อข้อมูลแบบ Real-time และระบบอัตโนมัติ
AIS Business จึงได้ออกแบบ “Digital Infrastructure Ecosystem” สำหรับโครงการ ARAYA โดยเฉพาะ ครอบคลุมทั้งโครงข่ายสื่อสารอัจฉริยะและแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด
สำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่ AIS พัฒนาในโครงการ ประกอบด้วย โครงข่ายไฟเบอร์ความเร็วสูงแบบ Redundant Network เพื่อรองรับการเชื่อมต่ออย่างต่อเนื่อง เครือข่าย 5G สำหรับภาคอุตสาหกรรม (5G Industrial Network / Private Network) รองรับการเชื่อมต่อเครื่องจักร IoT และระบบอัตโนมัติ รวมถึง Cloud & Data Connectivity สำหรับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลระดับองค์กร ตลอดจนระบบ Cybersecurity และ Intelligent Monitoring เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลและระบบปฏิบัติการ
นอกจากนี้ ยังต่อยอดสู่ Smart Solutions ต่างๆ เช่น Smart Factory, Smart Energy Management, Smart Logistics, Smart Tracking, CCTV Analytics และระบบบริหารจัดการแบบ Real-time ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และยกระดับความแม่นยำในการดำเนินงาน
“เราไม่ได้เพียงติดตั้งโครงข่าย แต่เป็นการออกแบบ Ecosystem ทั้งระบบ เพื่อให้ ARAYA สามารถรองรับอุตสาหกรรมที่ต้องการความเสถียรสูงและการเชื่อมต่อระดับโลก พร้อมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับนักลงทุนในระยะยาว” นายภูผากล่าว
ทั้งนี้ โครงการ ARAYA – The Eastern Gateway ได้รับการพัฒนาในรูปแบบ Industrial-Tech Ecosystem ที่วางระบบสาธารณูปโภคครบวงจรตั้งแต่ต้น ทั้งด้านพลังงาน ระบบน้ำ การจัดการน้ำเสีย และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเมื่อผสานกับเทคโนโลยีจาก AIS จะช่วยยกระดับสู่เมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะที่สามารถบริหารจัดการได้แบบ Real-time และขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven Operations) อย่างเต็มรูปแบบ
ความร่วมมือดังกล่าวยังสอดคล้องกับแนวทาง Smart Industrial Estate (SMART I.E.) ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ที่มุ่งพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะใน 7 มิติ ทั้ง Smart Infrastructure, Smart Energy, Smart Environment, Smart Mobility & Logistics, Smart Digital, Smart Community และ Smart Governance โดย AIS Business จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนมิติ Smart Digital และเชื่อมโยง Ecosystem ดิจิทัลทั้งหมดเข้าด้วยกัน เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในประเทศไทยต่อไป