ขายยังไงให้ได้ปีละกว่า 230 ล้าน! เจาะความสำเร็จ SME ขนมพื้นบ้าน “แม่สุนีย์ ขนมไทย”

Last updated: 30 พ.ค. 2566  |  487 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ขายยังไงให้ได้ปีละกว่า 230 ล้าน! เจาะความสำเร็จ SME ขนมพื้นบ้าน “แม่สุนีย์ ขนมไทย”

ขายยังไงให้ได้ปีละกว่า 230 ล้าน! เจาะความสำเร็จ SME ขนมพื้นบ้าน “แม่สุนีย์ ขนมไทย” ยกระดับสินค้าสู่ร้านเซเว่นฯ จัดเต็มนวัตกรรมแบบ “SME โตไกลไปด้วยกัน”

หากเอ่ยชื่อ “แม่สุนีย์ ขนมไทย” เชื่อว่าบรรดาสาวกขนมไทยในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น คงรู้จักเป็นอย่างดี เพราะนอกจากรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังถือเป็นหนึ่งใน Soft Power สำคัญที่ทำให้ขนมที่คุ้นเคย อาทิ ขนมกล้วย กล้วยปิ้งน้ำตาลมะพร้าว เต้าส่วนทรงเครื่อง เปียกปูนดอกไม้ เป็นที่รู้จักภายใต้ชื่อ EZY SWEET สินค้าดาวเด่นที่ต้องจับตามองของร้านเซเว่น อีเลฟเว่น

เพราะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากผู้ประกอบ SME ขนาดเล็กที่มียอดขายเพียงปีละไม่กี่ล้านบาท สู่ผู้ประกอบการ SME ที่มียอดขายสูงถึงกว่า 230 ล้านบาทในปี 2565...เพราะอะไรขนมพื้นบ้านที่ทุกคนคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กๆ ถึงสามารถสร้างยอดขายได้ปีละหลายร้อยล้านบาท และอะไรคือสิ่งที่ทำให้ “แม่สุนีย์ ขนมไทย” เติบโตมาอย่างต่อเนื่อง คงเป็นสิ่งที่หลายคนอยากรู้...

ใส่ใจ “นวัตกรรม” ให้ความสำคัญ “บุคลากร”

ก้อง-ก้องปพัฒน์ เรืองจินดาชัยกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ เอช แอนด์ สโนว์ กรุ๊ป จำกัด เจ้าของแบรนด์ “แม่สุนีย์ ขนมไทย” และผู้ผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ EZY SWEET กล่าวว่า หัวใจสำคัญของขนมไทย คือ การเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและรักษารสชาติให้ได้มาตรฐานเดียวกันในทุกถ้วย นับตั้งแต่วันแรกที่ออกจากไลน์ผลิตจนครบกำหนด Shelf Life สิ่งที่จะช่วยรักษาคุณภาพมาตรฐานเหล่านี้ได้ คือ “นวัตกรรม” เพราะนวัตกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความต่างและความโดดเด่นให้กับตัวสินค้า และเป็นหัวใจสำคัญในการเติบโตอย่างยั่งยืนของ SME

“เราให้ความสำคัญกับเรื่องนวัตกรรมอย่างมากในทุกขั้นตอนการผลิต เช่น กระบวนการคัดเลือกวัตถุดิบก็ต้องใช้เครื่องตรวจรับเพื่อให้ได้คุณภาพตรงตามมาตรฐานที่ตั้งไว้ เพื่อลดความเสียหายจากวัตถุดิบที่ไม่ได้มาตรฐาน ขณะที่กระบวนการจัดเก็บก็ต้องจัดเก็บในพื้นที่ควบคุมอุณหภูมิ เพื่อรักษาคุณภาพวัตถุดิบให้สดใหม่ก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต เราลงทุนพัฒนาเครื่องจักร เพื่อช่วยเพิ่มนวัตกรรมในขั้นตอนเหล่านี้ไปมากกว่า 40 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประทานสินค้าสดใหม่เหมือนผลิตในวันแรก”

อีกเรื่องหนึ่งที่บริษัทให้ความสำคัญควบคู่กัน คือการดูแลและพัฒนาบุคลากร ซึ่งถือเป็น “ซอฟต์แวร์สำคัญ” ขององค์กร ทั้งในเรื่องสวัสดิการและการเพิ่มขีดความสามารถ หรือ Upskill ในเรื่องของเทคโนโลยีตลอดจนระบบงานหลังบ้านต่างๆ หากบุคลากรมีความเป็นอยู่ที่ดีและมีการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงาน เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กัน ถือเป็นการช่วยการเพิ่มโอกาสในการแข่งขันให้กับบริษัทในอนาคต

“พันธมิตรดี” ช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโต

การที่บริษัทเป็นเพียงผู้ประกอบการขนาดเล็ก การสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจอย่างรวดเร็วและยั่งยืน ต้องอาศัยพันธมิตรที่ดีช่วยในทุกช่วงการดำเนินงาน นับตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง โดยบริษัทจะรับซื้อวัตถุดิบจากเครือข่ายพันธมิตรเกษตรกรในพื้นที่และนอกพื้นที่ ที่มีการควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานของบริษัท เพื่อให้มั่นใจได้ว่าขนมทุกถ้วยและทุกกล่องที่ถูกส่งถึงมือผู้บริโภคจะผลิตจากวัตุดิบชั้นดีมีคุณภาพ ขณะเดียวกัน ด้านการตลาดนั้นยิ่งต้องมีพันธมิตรที่ดีค่อยช่วยสนับสนุนและส่งเสริมอย่างจริงจัง ทั้งเรื่องการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย ข้อมูลที่จำเป็นในการขยายตลาด ตลอดจนองค์ความรู้ต่างๆ ที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจ ส่งผลให้บริษัทมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

“หากเป้าหมายของ SME คือ การสร้างการเติบโตด้านยอดขาย และอยากให้สินค้ามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ SME ต้องมองหาคือพันธมิตรที่มีช่องทางการจัดจำหน่ายขนาดใหญ่ และมีองค์ความรู้ด้านต่างๆ ที่จะนำมาช่วยพัฒนาสินค้า เสริมศักยภาพการแข่งขัน ซึ่งบริษัทก็มีเป้าหมายเช่นนั้น จึงเลือกที่จะเป็นพันธมิตรกับร้านเซเว่น อีเลฟเว่น จนเกิดมาเป็นสินค้าร่วมพัฒนาภายใต้แบรนด์ EZY SWEET โดยสินค้าตัวล่าสุดที่เพิ่งวางจำหน่ายคือ เยลลี่บ๊วยน้ำมะนาว เจาะกลุ่มลูกค้าตั้งแต่วัยประถมขึ้นไป ถือเป็นการขยายฐานลูกค้าใหม่สู่กลุ่ม Gen Z จากเดิมกลุ่มลูกค้าหลักจะเป็นกลุ่ม Gen X, Gen Y และ Baby Boomer ที่มีความคุ้นเคยกับสินค้าอยู่แล้ว”

ส่งต่อโอกาสสู่ชุมชน เดินหน้าโรงงานสีขาว

การที่บริษัทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นเพราะได้รับโอกาสจากทางเซเว่น อีเลฟเว่น แต่การเติบโตเพียงลำพัง อาจทำให้ไม่มั่นคงและยั่งยืน บริษัทจึงส่งต่อโอกาสที่เคยได้รับกลับสู่ชุมชนในทุกมิติ อาทิ สร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรที่บริษัทรับซื้อสินค้าเกษตรมากกว่า 55 ล้านบาทต่อปี เกิดการจ้างงานในพื้นที่มากกว่า 300 คน เป็นต้น รวมทั้งเดินหน้าสร้างโรงงานสีขาว เพื่อลดขยะ ลดการใช้พลังงาน ลดมลภาวะ เช่น การมอบเศษวัตถุดิบเหลือใช้ให้กับชาวบ้านเพื่อนำไปเลี้ยงสัตว์ฟรี ในอนาคตโรงงานกำลังติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อลดการใช้พลังงาน และมีระบบการจัดการขยะ-บำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน

จากเส้นทางการดำเนินธุรกิจตามที่ คุณก้อง เล่าให้ฟังนั้น ถือเป็นตัวอย่าง SME โตไกลไปด้วยกัน ที่ได้รับการสนับสนุนจากเซเว่น อีเลฟเว่นในการเป็นช่องขายที่สำคัญ นับเป็นสินค้าท้องถิ่นที่โดดเด่นอย่างยิ่งด้านนวัตกรรม ทำให้เห็นได้ว่าสิ่งที่ทำให้ “แม่สุนีย์ขนมไทย” เติบโตได้อย่างต่อเนื่องคือ การให้ความสำคัญและใส่ใจในทุกๆ ขั้นตอนการทำงาน ไม่หยุดที่จะเดินหน้าพัฒนาในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง และไม่ลืมที่จะส่งมอบโอกาสกลับสู่สังคมและชุมชน



เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้