Last updated: 7 พ.ย. 2569 | 60 จำนวนผู้เข้าชม |
ประเทศไทยเป็นอีกจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) สู่การเป็นศูนย์กลางด้านความงามและสุขภาพ (Beauty & Wellness Hub) ของภูมิภาคและระดับโลก ด้วยจุดแข็งทั้งความเชี่ยวชาญของบุคลากรทางการแพทย์ คุณภาพการให้บริการ และความพร้อมด้านเทคโนโลยี ซึ่งการได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน InMode Global Summit ภายใต้แนวคิด “Restoring Vitality” ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประเทศไทยได้แสดงศักยภาพและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก พร้อมต่อยอดองค์ความรู้สู่การพัฒนาธุรกิจความงามและสุขภาพให้เติบโตอย่างยั่งยืน

Mr. Moshe Mizrahy CEO of InMode กล่าวว่า ปัจจุบัน InMode ได้ขยายธุรกิจไปยัง100 ประเทศ ทั่ว โลก พร้อมนำเสนอนวัตกรรมด้านความงามเพื่อดูแลผู้คน อย่างไรก็ตาม คุณโมเชย้ำว่า ประเทศไทยยังเป็นประเทศที่น่ารักมากที่สุดทั้งในแง่ของผู้คน วัฒนธรรม และความเป็นไทย ตลอดระยะเวลากว่า 18 ปีที่ผ่านมา InMode เติบโตและเดินทางมาอย่างยาวนานในวงการความงามทางการแพทย์ โดยความสำเร็จเกิดจากการให้ความสำคัญกับการลงทุนในสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะการวิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ
นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งขยายทิศทางสู่การดูแลสุขภาวะ (Well-being) โดยไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงความงามภายนอกเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงความงามและสุขภาพที่ดีจากภายในด้วย จึงตัดสินใจจัดตั้งบริษัทในเครือในประเทศไทย เพื่อทำงานร่วมกับแพทย์อย่างใกล้ชิด

Mr. Nadav Cham VP Marketing & Sales and Service of APAC เป็นอีกหนึ่งเสียงที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดไทย ซึ่งมีความแข็งแกร่งและน่าจับตามอง โดยปัจจุบันตลาดไทยถือเป็นตลาดที่มีความพร้อม ผู้บริโภคมีความเข้าใจในความต้องการของตนเอง รู้ว่าต้องการอะไร และเลือกใช้เทคโนโลยีหรือบริการที่ตอบโจทย์ได้อย่างเหมาะสม จึงทำให้ตลาดไทยมีความสำคัญอย่างมาก
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีโอกาสก้าวขึ้นเป็น Trend Center ในภูมิภาค และต่อยอดสู่การเป็นผู้นำตลาดในอนาคต ขณะเดียวกัน InMode ยังให้ความสำคัญกับตลาดจีนและเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นอีกสองประเทศเป้าหมายสำคัญในการทำตลาด สิ่งที่ทำให้ InMode แตกต่างจากผู้เล่นรายอื่น คือการให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Technology & Innovation) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ ไม่ใช่เพียงการทำตลาดหรือการขายเท่านั้น แต่เป็นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยยกระดับความงามควบคู่ไปกับการมีสุขภาพที่ดี
InMode ชูศักยภาพแพทย์ไทย ดันประเทศไทยสู่ Medical Hub ระดับโลก

คุณพชร บุญเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโหมด (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยี และเครื่องมือแพทย์เพื่อความงามและสุขภาพ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ประเทศไทยควรผลักดันให้เกิดขึ้น ทั้งในระดับเอเชียและระดับโลก คือการก้าวสู่การเป็น Medical Hub และ Medical Tourism เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในหลายด้าน โดยเฉพาะจุดแข็งด้านการบริการ (Hospitality) และ Service Mind ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ชาวต่างชาติรู้จักและจดจำประเทศไทยในฐานะ Land of Smiles หรือดินแดนแห่งรอยยิ้ม
ซึ่งทำให้ประเทศไทยเป็นที่รักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ไม่ได้มีเพียงสถานที่ท่องเที่ยวหรือความสวยงามของประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้คนที่มีความเป็นมิตร ใจดี และใส่ใจผู้อื่น ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้ยังสะท้อนอยู่ในวงการแพทย์ไทยด้วย โดยเชื่อว่าแพทย์ไทยมีความโดดเด่นด้านความเอาใจใส่และการดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เพราะไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงการรักษา แต่ยังใส่ใจในรายละเอียดและประสบการณ์ของผู้รับบริการ

ศักยภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นจากการที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานระดับนานาชาติ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และมีเม็ดเงินลงทุนในการจัดงานมากกว่า 100 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสร้างเงินสะพัดจากภาคการท่องเที่ยวได้มากกว่า 500 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม คุณฝ้ายมองว่าความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเม็ดเงินที่เกิดขึ้นในช่วงการจัดงาน แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ ให้กับประเทศไทย ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และการยกระดับวงการแพทย์ไทยสู่เวทีนานาชาติ
ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะก้าวสู่การเป็น Medical Tourism มาโดยตลอด แม้อาจยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเต็มที่ แต่ภาคเอกชนและบุคลากรทางการแพทย์ไทยต่างพยายามผลักดันตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญออกไปแสดงศักยภาพบนเวทีโลก เพื่อให้ต่างชาติได้เห็นว่าการแพทย์ไทยมีมาตรฐานและความสามารถไม่ด้อยไปกว่าประเทศใดในโลก

คุณพชร ยังเน้นย้ำว่า การทำหัตถการด้านความงามไม่ได้จบลงเพียงเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความมั่นใจ คุณภาพชีวิต และโอกาสใหม่ ๆ ในอนาคตของผู้รับบริการด้วย การพัฒนาเทคโนโลยีและมาตรฐานการรักษาจึงต้องให้ความสำคัญกับผลลัพธ์และประสบการณ์ของคนไข้ควบคู่กันไป
สำหรับก้าวต่อไปของ InMode Thailand จะมุ่งเน้นการพัฒนาด้านการให้ความรู้แก่ผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อให้คนไข้เข้าใจเทคโนโลยีและเครื่องมือทางการแพทย์ รวมถึงสามารถพิจารณาเลือกเข้ารับบริการได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนมีความรู้ในการตรวจสอบและประเมินข้อมูลก่อนตัดสินใจทำหัตถการ เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับประสบการณ์และผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ขณะเดียวกัน InMode ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ไทย สนับสนุนให้แพทย์และผู้เชี่ยวชาญได้มีโอกาสก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติมากขึ้น เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้และสร้างการยอมรับให้กับวงการแพทย์ไทยในระดับโลก
คุณพชรกล่าวทิ้งท้ายว่า การผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Medical Hub และ Medical Tourism จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพของประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้ความสนใจและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่ข่าวสาร เพื่อให้ผู้คนทั่วโลกได้รับรู้ถึงศักยภาพของประเทศไทยและวงการแพทย์ไทย โดยเชื่อว่าการจัดงานในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยผลักดันประเทศไทยให้ก้าวเข้าสู่เวทีระดับเอเชียแปซิฟิกและระดับโลกได้อย่างภาคภูมิใจ

การจัดงาน InMode Global Summit 2026 ที่ไม่ใช่เป็นเพียงเวทีการประชุมและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก แต่ยังเป็นโอกาสในการแสดงศักยภาพของประเทศไทย ทั้งด้านบุคลากรทางการแพทย์ เทคโนโลยี และบริการสุขภาพ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมความงามและ Wellness ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ
สิ่งสำคัญจากนี้จึงอยู่ที่การเปลี่ยนองค์ความรู้และความร่วมมือที่เกิดขึ้นบนเวทีระดับโลกให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งการพัฒนาบุคลากร งานวิจัย มาตรฐานการบริการ และความเชื่อมั่นจากผู้รับบริการ ซึ่งจะเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวข้ามภาพจำของการเป็นเพียงจุดหมายปลายทาง Medical Tourism สู่การเป็นศูนย์กลางด้านความงามและสุขภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ