MiVana SHOT DRINK ช็อตเดียวเชื่อมผืนป่า เปลี่ยนของเหลือทิ้งเป็น Wellness คืนชีวิตให้คนและธรรมชาติ

Last updated: 3 ต.ค. 2569  |  91 จำนวนผู้เข้าชม  | 

MiVana SHOT DRINK ช็อตเดียวเชื่อมผืนป่า  เปลี่ยนของเหลือทิ้งเป็น Wellness คืนชีวิตให้คนและธรรมชาติ

เมื่อเทรนด์การดูแลสุขภาพกลายเป็นเรื่องสำคัญและสร้างต้นทุนให้กับสิ่งแวดล้อม มีวนา (MiVana) จึงผสานองค์ความรู้ งานวิจัย และกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ปลดล็อกคุณค่าของ "เปลือกและเนื้อเชอร์รีกาแฟออร์แกนิก" ด้วยเทคโนโลยี OPP สู่ MiVana SHOT DRINK นวัตกรรม Wellness ช็อตสกัดเข้มข้น อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติเพื่อรับมือมลภาวะและความเครียดในชีวิตประจำวัน    เปลี่ยนทุกการดื่มให้กลายเป็นวงจรสนับสนุนเกษตรกรต้นน้ำ ฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้ และลดต้นทุนทางสิ่งแวดล้อม สะท้อนแนวคิด “กำไร” ยุคใหม่ที่ไม่ใช่แค่ตัวเงิน แต่คือป่าที่ยังคงอยู่และระบบนิเวศที่สมบูรณ์ขึ้น


จาก Sustainable Purpose สู่ New Value Creation

นายวิเชียร พงศธร ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ กล่าวถึงการดำเนินธุรกิจว่า “กาแฟไม่ได้เป็นเพียงพืชเศรษฐกิจ แต่เป็นเครื่องมือสร้างสมดุลระหว่างคนกับป่า”

เปลี่ยนความขัดแย้งคนกับป่า สู่โมเดล “กาแฟใต้ร่มเงาป่า”

ตลอดระยะเวลากว่า 14 ปี โครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำในจังหวัดเชียงราย ครอบคลุม 3 ลุ่มน้ำสำคัญ ได้แก่ แม่สรวย แม่กก และแม่ลาว ได้ทำงานร่วมกับเกษตรกรเกือบ 300 ครอบครัว บนพื้นที่ทำกินเกือบ 5,000 ไร่ เพื่อหาทางออกให้กับโจทย์ที่ซับซ้อนระหว่าง “คน” กับ “ป่า” โดยมี “กาแฟ” เป็นตัวกลางสำคัญ


คุณวิเชียร อธิบายว่า จุดเริ่มต้นมาจากปัญหาที่ดินทำกินของชุมชนในพื้นที่ป่า ซึ่งในอดีตชาวบ้านไม่มีเอกสารสิทธิ์และอยู่ภายใต้แรงกดดันจากข้อจำกัดการใช้ประโยชน์ที่ดิน จนเกิดความขัดแย้งกับภาครัฐ และเกิดการทำเกษตรที่กระทบต่อป่า ทั้งการตัดไม้ ถางป่า และปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพื่อสร้างรายได้ โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการ “รักษาป่า” แต่คือการหาวิธีให้คนดำรงชีวิตและมีรายได้โดยไม่ต้องแลกกับการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ

“กาแฟ” จึงเข้ามาเป็นคำตอบ เพราะเป็นพืชที่เติบโตได้ดีภายใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่ (Shade-grown coffee) ทำให้การมีอาชีพไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการตัดต้นไม้ แต่ใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศเดิมและอยู่ร่วมกับป่าได้ เปลี่ยนบทบาทคนในพื้นที่จากผู้ใช้ประโยชน์ ไปสู่ “ผู้ดูแลป่า”


ปัจจุบันเกษตรกรไม่ได้ดูแลเฉพาะพื้นที่ทำกินของตัวเอง แต่ยังร่วมกันเฝ้าระวังและทำแนวกันไฟในพื้นที่ป่ารอบข้าง ครอบคลุมมากกว่าพื้นที่ทำกินถึงประมาณ 5 เท่า รวมระยะทางนับร้อยกิโลเมตร สำหรับคุณวิเชียร นี่คือคุณค่าที่มากกว่าผลผลิตกาแฟ เพราะคนในพื้นที่คือผู้ที่รู้จักและเข้าใจสภาพป่า จึงดูแลได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การทำเกษตรอินทรีย์ที่ลดการใช้สารเคมี ยังช่วยปกป้องระบบนิเวศต้นน้ำ ลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ และเอื้อต่อการดำรงอยู่ของสัตว์ป่า


“ที่สำคัญโครงการวิจัยและพัฒนาได้เปลี่ยน 'เปลือกและเนื้อเชอร์รีกาแฟ' ซึ่งเดิมเป็นของเหลือทิ้ง ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มีมูลค่าสูง MiVana SHOT DRINK จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นอีกตัวอย่างต้นแบบของการนำแนวคิดด้านความยั่งยืนมาต่อยอด ผ่านการนำวัตถุดิบออร์แกนิกที่มีคุณค่า มาผสานกับองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์การดูแลสุขภาพ และสร้างคุณค่าใหม่ให้กับทรัพยากรตั้งแต่ต้นทาง”

“กำไร” ที่แท้จริง คือการไม่แลกธรรมชาติกับเศรษฐกิจ

คุณวิเชียร มองว่า ความยั่งยืนต้องทำให้ “ธรรมชาติและเศรษฐกิจเติบโตไปด้วยกัน” โดยเปลี่ยนนิยามของ “กำไร” ให้มากกว่าเรื่องตัวเงิน แต่รวมถึงป่าไม้ที่สมบูรณ์ น้ำที่สะอาด รายได้ชุมชนที่มั่นคง และผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ลดลง ต่างจากแนวคิดเดิมในอดีตที่เร่งสร้างเศรษฐกิจบนการทำลายธรรมชาติ จนเกิดผลกระทบย้อนกลับมาทำร้ายมนุษย์เอง เช่น ปัญหาน้ำท่วม โมเดล “กาแฟใต้ร่มเงาไม้ใหญ่” จึงเข้ามาเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างคนกับป่า จากผู้ทำลายสู่ผู้ดูแล ทำให้การรักษาป่าคือเรื่องเดียวกับการรักษาอาชีพและคุณภาพชีวิต เพื่อให้ธรรมชาติ ชุมชน และเศรษฐกิจ เเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างถาวร

ในอนาคต มีวนามองเห็นโอกาสในการนำแนวคิดนี้ไปต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายขึ้น โดยเป็นต้นแบบธุรกิจที่นำคุณค่าจากธรรมชาติมาพัฒนาเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคและสังคม สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากร พร้อมสร้างการเติบโตให้ธุรกิจไปพร้อมกัน

จาก 80% ที่ถูกทิ้ง สู่ Coffee Cherry Shot เปลี่ยนผลกาแฟเหลือทิ้งเป็นคุณค่าใหม่

นอกจากเมล็ดกาแฟที่เรานำไปแปรรูป คั่ว และพัฒนาเป็นกาแฟแล้ว เราพบว่าเปลือก เนื้อผล และกะลา คิดเป็นประมาณ 80% ของน้ำหนักผลกาแฟทั้งหมด ขณะที่เมล็ดมีเพียง 20% เท่านั้น คำถามจึงไม่ใช่แค่จะกำจัดของเหลืออย่างไร แต่คือจะเปลี่ยนสิ่งที่ถูกมองว่าไร้ค่าให้กลายเป็นวัตถุดิบใหม่ได้อย่างไร” นายศุภวัฒน์ คามีเยาน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มีวนา จำกัด เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ ‘MiVana SHOT DRINK


“ความท้าทายไม่ได้อยู่เพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่รวมถึงข้อกำหนดด้านอาหาร เพราะในช่วงเริ่มต้น Coffee Cherry ยังไม่มีนิยามอยู่ในระบบของ อย. จึงต้องผ่านกระบวนการศึกษาเรื่องความปลอดภัย การวิจัย และการประเมินตามหลักเกณฑ์ Novel Food ร่วมกับสถาบันการศึกษาและมหาวิทยาลัยพันธมิตร ซึ่งใช้ทั้งเวลา เงินทุน และองค์ความรู้จำนวนมาก เราเริ่มทำงานกับเกษตรกรตั้งแต่ปี 2554 เห็นแนวทางสร้างมูลค่าชัดเจนในปี 2558 และวิจัยร่วมกับสถาบันชาและกาแฟ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และมหาวิทยาลัยมหิดล นานเกือบ 10 ปี จนพบสารสำคัญใน Coffee Cherry ได้แก่ โพลีฟีนอล สารต้านอนุมูลอิสระ และกรดคลอโรจีนิก (Chlorogenic Acid) ขณะที่ข้อมูลการเปรียบเทียบค่า ORAC ระบุว่า Coffee Cherry มีค่าประมาณ 16,000 หน่วย เมื่อเทียบกับโกจิเบอร์รี่ที่มีราว 4,000 หน่วยในน้ำหนักเท่ากัน จึงนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มได้หลากหลาย”


หนึ่งในผลิตภัณฑ์แรกคือ Coffee Cherry Shot เครื่องดื่มพร้อมดื่มขนาด 40–41 มิลลิลิตรที่ดื่มง่าย มี 2 สูตร คือสูตร Original True Coffee Cherry และสูตรเติมน้ำตาลอ้อยออร์แกนิก ออกแบบมาให้บริโภคสะดวกในชีวิตประจำวัน โดย Coffee Cherry มีคาเฟอีนตามธรรมชาติในระดับอ่อนจากส่วนของผลรอบเมล็ด ซึ่งน้อยกว่ากาแฟคั่ว ชา ชาเขียว และมัทฉะ ผ่านกระบวนการถนอมอาหารเพื่อให้จัดเก็บได้ดี


ความพิเศษคือ คุณค่าของวัตถุดิบต้นน้ำมาจากเกษตรกรใน 7 หมู่บ้าน จังหวัดเชียงราย ที่ปลูกกาแฟในระบบเกษตรอินทรีย์ มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ และส่งเสริมการปลูกกาแฟใต้ร่มไม้ใหญ่เพื่อดูแลป่าต้นน้ำ นี่จึงเป็นการนำวิทยาศาสตร์และงานวิจัยกลับไปสร้างมูลค่าตั้งแต่แปลงปลูก สร้างโอกาสให้เกษตรกร และนำของเหลือทิ้งกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม มีวนาไม่ได้มองแค่ผลิตภัณฑ์นี้ แต่มอง Coffee Cherry เป็นแพลตฟอร์มวัตถุดิบที่ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มได้อีกหลายรูปแบบ ตั้งแต่เครื่องดื่ม เมนูสุขภาพ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ๆ เปลี่ยนมุมมองจาก “ของเหลือจากการผลิตกาแฟ” เป็น “วัตถุดิบใหม่ที่สร้างมูลค่าได้”

เทรนด์สุขภาพยุคใหม่ จากการดูแลตัวเองสู่การเลือกสินค้าที่สร้างคุณค่า


พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์ (หมอเอิง) ร่วมให้มุมมองในงานเปิดตัวว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองแค่คุณภาพสินค้า แต่ให้ความสำคัญกับที่มาของวัตถุดิบและผลกระทบต่อสังคม การเลือกซื้อจึงกลายเป็นการสนับสนุนอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในท้องถิ่น

หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ Coffee Cherry มีสารสำคัญจากพืชในกลุ่มพฤกษเคมี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด คือ โพลีฟีนอล (Polyphenols) และกรดคลอโรเจนิก (Chlorogenic Acid) ซึ่งเป็นหนึ่งในสารสำคัญที่ทำให้ Coffee Cherryได้รับความสนใจด้านโภชนาการ หากเปรียบเทียบกับพืชชนิดอื่น บลูเบอร์รี่มีแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ชาเขียวมี epigallocatechin gallate (EGCG) ส่วน Coffee Cherry มีกรดคลอโรเจนิกเป็นสารสำคัญที่ถูกศึกษาในเชิงวิทยาศาสตร์ สารกลุ่มเหล่านี้มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหาย ทำให้ “ผลกาแฟ” ที่เคยถูกมองเป็นของเหลือทิ้ง ถูกมองในมุมใหม่ว่ามีองค์ประกอบที่ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ทรงคุณค่าได้


อย่างไรก็ตาม หมอเอิงเน้นย้ำถึงแนวคิด Food First ว่าการดูแลสุขภาพควรเริ่มต้นจากการรับประทานอาหารหลักให้หลากหลายและครบถ้วนเป็นพื้นฐาน โดยมีเครื่องดื่มสกัดหรืออาหารเสริมเป็นตัวช่วยเสริม พฤติกรรมการบริโภคในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนจาก “กินเพื่ออิ่ม” หรือ “กินเพราะอร่อย” ไปสู่ “การกินอย่างเข้าใจ” ที่ใส่ใจรายละเอียดของสารอาหาร และตั้งคำถามว่าสิ่งที่บริโภคนั้นส่งผลดีต่อร่างกาย สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างไร

การวางจำหน่าย

การเปิดตัว MiVana SHOT DRINK ในครั้งนี้ สะท้อนการก้าวสู่ Sustainable Wellness Innovation ของมีวนาอย่างเต็มตัว โดยมีวางจำหน่าย 2 สูตร คือ Original (40 มล.) และ Less Sweet (41 มล.) ในราคา 59 บาท วางจำหน่ายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ผ่านช่องทางออนไลน์ของ MiVana และร้านค้าชั้นนำ ได้แก่ Tops, Villa Market, Foodland และ UFM Fuji Super

 

 

 

 

 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้