Last updated: 9 พ.ค. 2569 | 110 จำนวนผู้เข้าชม |
หลายปีที่ผ่านมา การแก้ปัญหายาเสพติดของไทยมักถูกจดจำผ่านภาพของการจับกุมและการปราบปราม แต่วันนี้แนวคิดนั้นกำลังเปลี่ยนไป เพราะสิ่งที่ยากกว่า การเลิกยา คือการทำให้คนที่เคยพลาดกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อีกครั้ง นี่จึงเป็นที่มาของแนวคิด Recovery หรือการฟื้นฟูสภาพ ที่ไม่ได้มองผู้ผ่านการบำบัดเป็น ‘อดีตผู้เสพ’ แต่คือคนที่กำลังต้องการโอกาสใหม่ในการเริ่มต้นชีวิต
ปัญหายาเสพติดในปัจจุบันจึงไม่ได้ถูกมองแค่ในมิติอาชญากรรมอีกต่อไป แต่กำลังถูกขยับเข้าสู่มิติของ สุขภาพ จิตใจ และ โอกาสทางสังคม มากขึ้น โดยเฉพาะการลดการกลับไปเสพซ้ำ (Relapse) ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญ

แนวคิดนี้สะท้อนผ่านโครงการ “วิ่งด้วยรัก ฮักด้วยใจ Recovery Run” กิจกรรมเนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก 26 มิถุนายน 2569 ภายใต้แนวคิด “รวมพลังไทย ต้านภัยยาเสพติด United Thailand Against Drugs 2026” ที่พยายามส่งสารสำคัญว่า การแก้ปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยมากกว่าการบำบัดแต่ต้องมี “การฟื้นฟู” และ “การคืนคนกลับสู่สังคม”
เปลี่ยนจาก ผู้เสพ เป็น ผู้ที่กำลังเริ่มต้นใหม่

นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ ที่ปรึกษาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. กล่าวว่า กิจกรรมนี้เป็นอีกหนึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศไทยที่ปรับเปลี่ยนจากการมุ่งเน้น “การปราบปราม” เพียงอย่างเดียว ไปสู่การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกัน การดูแลรักษา การฟื้นฟู ไปจนถึงการคืนคนดีสู่สังคม ผ่านระบบการดูแลต่อเนื่องและการสนับสนุนจากชุมชนและสังคม เพราะในความเป็นจริง คนจำนวนไม่น้อยแม้ผ่านการบำบัดแล้ว แต่กลับต้องเผชิญ “กำแพงทางสังคม” ทั้งการไม่ยอมรับ การถูกมองด้วยอคติ หรือการขาดโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักให้หลายคนกลับไปสู่วงจรเดิมอีกครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการแก้ปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ไม่ใช่เพียงทำให้ผู้เสพ “หยุดใช้ยา” แต่ต้องทำให้พวกเขาสามารถกลับมาใช้ชีวิต ทำงาน และอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมั่นคง
“การให้โอกาส” อาจสำคัญไม่แพ้การรักษาฟื้นฟู

นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ระบุว่า การแก้ปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืนไม่อาจจบเพียงแค่ “การปราบปราม” แต่ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยพลาดได้กลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี พร้อมได้รับการดูแลและฟื้นฟูอย่างเหมาะสม
ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดราว 3.7 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้เสพหรือผู้ที่อาจเคยทดลองใช้ ซึ่งมีจำนวนประมาณ 1-2 ล้านคน และไม่ได้อยู่ในภาวะรุนแรง ขณะที่อีกประมาณ 3.3 แสนคน เป็นกลุ่มที่มีความถี่ในการใช้ยาเสพติดสูง จนเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพ ซึ่งควรได้รับโอกาสเข้าถึงแพทย์และกระบวนการบำบัดรักษา เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติอีกครั้ง
สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่กระบวนการ “Recovery” หรือการฟื้นฟูสภาพหลังการบำบัด ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของชีวิต เพราะหากผู้ผ่านการบำบัดไม่มีพื้นที่ยืนในสังคม โอกาสกลับไปเสพซ้ำก็จะสูงขึ้น
ประเด็นนี้สอดคล้องกับมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูสภาพ (Recovery) อย่าง นางกานดา ช่วยเมือง ที่ชี้ว่า ปัจจัยสำคัญของการกลับไปเสพซ้ำไม่ได้เกิดจากร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับ “แรงกดดันทางสังคม” และ “การตีตรา” (Stigma) อย่างมาก เมื่อสังคมยังมองผู้ผ่านการบำบัดด้วยอคติ คนเหล่านี้ก็อาจรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า ไม่มีที่ยืน และไม่สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้จริง
เสียงสะท้อนจากคนที่เคยพลาด

หนึ่งในช่วงสำคัญของงาน คือการถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตของ นายภฤศ บุญทองนุ่ม หรือ “แพท Power Pat” ผู้ผ่านประสบการณ์การฟื้นฟูสภาพ ที่สะท้อนว่า
“ถ้าวันนั้นผมไม่ได้รับโอกาสที่สองจากสังคม วันนี้ผมคงไม่ได้เริ่มต้นอีกครั้ง”

ประโยคสั้น ๆ นี้สะท้อนหัวใจของแนวคิด Recovery ได้ชัดเจน เพราะหลายครั้ง โอกาส อาจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่ง ไม่ต่างจากมุมมองของ นายพิศาล แสงจันทร์ และ นายทายาท เดชเสถียร จากเพจ “บอล ยอด หนังพาไป” ที่มองว่า “สังคมที่ดี ไม่ใช่สังคมที่ไม่มีคนผิดพลาด แต่คือสังคมที่เปิดโอกาสให้คนลุกขึ้นและเดินต่อได้”
“Recovery Run” ไม่ใช่แค่งานวิ่ง แต่คือพื้นที่ของการเริ่มต้นใหม่

แม้ภายนอกจะเป็นกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพ แต่ “วิ่งด้วยรัก ฮักด้วยใจ – Recovery Run” กำลังพยายามทำหน้าที่มากกว่านั้นเพื่อเปิดพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ และชวนสังคมร่วมกันเปลี่ยนวิธีคิดต่อผู้ผ่านการบำบัด จาก อดีตผู้เสพ ไปสู่ คนที่กำลังพยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่
ภายใต้แนวคิด “ทุกโอกาส...สร้างการเริ่มต้น” ซึ่งเป็นมากกกว่ากิจกรรมการออกกำลังกาย แต่เป็นการส่งสัญญาณว่า การฟื้นฟูคนคนหนึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากหน่วยงานรัฐเพียงลำพัง หากแต่ต้องอาศัย สังคม ที่พร้อมเปิดพื้นที่และลดการตีตรา

สังคมไทยอาจต้องเปลี่ยนคำถามใหม่ ที่ผ่านมา สังคมมักตั้งคำถามว่า “ทำไมคนเหล่านี้ถึงกลับไปเสพอีก” แต่บางที คำถามสำคัญกว่าอาจเป็น “เราเคยเปิดโอกาสให้พวกเขากลับมาใช้ชีวิตได้จริงหรือยัง” เพราะท้ายที่สุดแล้ว การแก้ปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน อาจไม่ได้วัดจากจำนวนการจับกุมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากจำนวนคนที่สามารถกลับมายืนอยู่ในสังคมได้อีกครั้งอย่างมั่นคงและมีศักดิ์ศรี
สำหรับโครงการ “วิ่งด้วยรัก ฮักด้วยใจ – Recovery Run” จะจัดขึ้นวันที่ 14 มิถุนายน 2569 ณ สวนหลวง ร.9 เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร แบ่งเป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมการฟื้นฟูผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติด และการดำเนินงานแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน
ผู้สนใจสามารถลงทะเลียนเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ ... https://www.thaiphotorun.com/race/recoveryrun/ และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ : วิ่งด้วยรัก ฮักด้วยใจ – Recovery Run และเพจ : Thailand Sport Series
ช่องทางติดต่อ : สายด่วน 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพด